มูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม เต็กก่า จีไน้เกาะหนองคาย ร่วมกับชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในจังหวัดหนองคาย จัดงาน เทศกาลตรุษจีน - เต็ดเวียดนาม 2569 “สืบสานสัมพันธ์แห่งลุ่มน้ำโขง เชื่อมโยงวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียว” UNITY NONG KHAI ภายใต้แนวคิด “Unity หนองคาย สืบสานสัมพันธ์ริมฝั่งโขง เชื่อมโยงวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียว” เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันสำคัญของชาวจีนและชาวเวียดนามในการเฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ อันเป็นมรดกโลกที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม รวมทั้งพี่น้องทุกเชื้อชาติในจังหวัดหนองคาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อันนำมาซึ่งเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่ดีงาม
เมื่อช่วงค่ำวันนี้ (14 ก.พ. 69) ณ ลานมูลนิธิเสริมคุณธรรม เต็กก่า จีไน้เกาะ และลานวัฒนธรรมริมฝั่งโขง บริเวณหน้าวัดลำดวน ในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย มูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม เต็กก่า จีไน้เกาะหนองคาย ร่วมกับชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในจังหวัดหนองคาย จัดงาน เทศกาลตรุษจีน - เต็ดเวียดนาม 2569 “สืบสานสัมพันธ์แห่งลุ่มน้ำโขง เชื่อมโยงวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียว” UNITY NONG KHAI ภายใต้แนวคิด “Unity หนองคาย สืบสานสัมพันธ์ริมฝั่งโขง เชื่อมโยงวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียว” โดยมีนายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธีเปิดฯ พร้อมมอบส้มมงคลให้ผู้มีเกียรติ มีนายเสกสิทธิ์ เตียวศิริชัยสกุล ประธานมูลนิธิส่งเสริมคุณธรรม เต็กก่า จีไน้เกาะหนองคาย ในนามคณะกรรมการจัดงานฯ กล่าวรายงาน , นายอรรถพร ภักดีสุจริต นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย กล่าวแสดงความยินดีและอวยพรปีใหม่ , นายทอง กุลธัญวัฒน์ นายกสมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนามแห่งประเทศไทยกล่าวอวยพรปีใหม่ และนางมนนิภา โกวิทศิริกุล นายกสมาคมพ่อค้าไทย-จีน หนองคาย กล่าวอวยพรปีใหม่
สำหรับเทศกาลตรุษจีนและเต็ดเวียดนาม เป็นเทศกาลอันสำคัญของพี่น้องชาวจีน และชาวเวียดนาม ถือเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ และเป็นวันแรกของฤดูใบไม้ผลิ ที่ได้จัดงานเฉลิมฉลองปีใหม่ของชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยเชื้อสายเวียดนามในจังหวัดหนองคาย ภายใต้แนวคิด “Unity หนองคาย สืบสานสัมพันธ์ริมฝั่งโขง เชื่อมโยงวัฒนธรรมเป็นหนึ่งเดียว” เป็นการจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 กิจกรรมในครั้งนี้มิใช่เพียงการเฉลิมฉลองตามปฏิทินกาลเวลา ยังมีแนวคิดแห่งความสามัคคีที่ “เราอาจแตกต่าง แต่ไม่แปลกแยก เราหลากหลาย แต่หลอมรวมเป็นหนึ่งอย่างกลมกลืน” ให้เกิดขึ้นในจังหวัดหนองคาย ส่วนหนึ่งบนผืนแผ่นดินไทย มาตภูมิอันงดงามที่มีความหลากหลาย วัฒนธรรมไทย-จีน เวียดนาม ลาว และวัฒนธรรมอื่น ๆ ตามถิ่นวิถีชีวิตริมฝั่งโขงได้หยั่งรากและเติบโตเคียงคู่กันมา ได้กลายเป็นรากฐานทางปัญญาที่หล่อเลี้ยงชุมชนให้เข้มแข็งเสมอมา โดยเฉพาะ “เทศกาลตรุษจีน” ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ จากองค์การ UNESCO เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ทำให้ประจักษ์ว่าวัฒนธรรมต่าง ๆ นั้นล้วนแล้วแต่มีคุณค่าต่อมนุษยชาติเพียงใด และเป็นเครื่องยืนยันว่าพลังแห่งวัฒนธรรมที่เน้นประเพณีอันดีงาม ความรัก ความกตัญญู และการเริ่มต้นใหม่ คือคุณค่าสากลที่คนทั้งโลกยอมรับ เช่นเดียวกับความเป็นหนึ่งเดียวของวัฒนธรรมไทย จีน เวียดนามและลาว คือจุดเชื่อมโยงให้เราทุกคนกลายเป็นแผ่นดินแห่งมิตรภาพที่ไร้พรมแดน
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันสำคัญของชาวจีนและชาวเวียดนามในการเฉลิมฉลองเทศกาลขึ้นปีใหม่ อันเป็นมรดกโลกที่ทรงคุณค่าทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนและชาวไทยเชื้อสายเวียดนาม รวมทั้งพี่น้องทุกเชื้อชาติในจังหวัดหนองคาย เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อันนำมาซึ่งเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ที่ดีงาม รวมทั้งส่งเสริมการค้าขายและกระตุ้นเศรศฐกิจให้เกิดการหมุนเวียนในจังหวัดหนองคายและสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย โดยในปีนี้กำหนดจัดกิจกรรมระหว่างวันที่ 14-18 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบด้วย การแสดงดนตรีออเครสตร้าจีน จากคหบดีเมืองอุดรธานี , การเดินแบบชุดแต่งกายวัฒนธรรมจีน-เวียดนามทั้งเด็กและผู้ใหญ่ , การแสดงชุดวัฒนธรรมจากเวียดนาม , การแสดงมินิคอนเสิร์ตศิลปิน แอม เสาวลักษณ์ ลีลาบุตร และ พลพล พลกองเส็ง นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองหนองคาย ในส่วนพื้นที่จัดกิจกรรมของเทศบาลเมืองหนองคาย การจัดระบบเวที แสง เสียง กิจกรรมทางวัฒนธรรม ไทย ลาว จีน และเวียดนาม การแสดงดนตรี และการออกร้านอาหารดังจากจังหวัดหนองคาย.
----------------------------------------------
จุมพล / ภาพ - ข่าว