สมาชิกวุฒิสภาลงพื้นที่ ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา การกลั่นกรองกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว ตลอดจนสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปสู่การแก้ไขโดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา
เมื่อเวลา 14.30 น.วันนี้ (29 พ.ค. 69) คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ประกอบด้วย นายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ประธานกรรมการ หัวหน้าคณะ , นางสาวสุมิตรา จารุกำเนิดกนก รองประธานกรรมการ , นายแพทย์เปรมศักดิ์ เพียยุระ รองประธานกรรมการ , นายพิมาย คงทัน กรรมการ , นายสิทธิกร ธงยศ กรรมการ และพลโท วิกร เลิศวัชรา กรรมการ ได้ลงพื้นที่ ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย โดยมีนายศรัณย์ศักด์ ศรีเครือเนตร ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวตำบลโพนสา ให้การต้อนรับ บรรยายสรุป เสนอแนะความคิดเห็น และปัญหาความต้องการ ณ วัดเทพมงคล ต.โพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย
การลงพื้นที่ของคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนบน) ครั้งนี้ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา การกลั่นกรองกฎหมาย และการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว ตลอดจนสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปสู่การแก้ไขโดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา เพื่อให้เกิดความร่วมมืออันดีระหว่างประชาชนทุกภาคส่วน ตามหลักการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขในระบบรัฐสภา
โดยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงาน ผู้นำท้องถิ่น และตัวแทนประชาชน ได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และประเด็นพื้นที่ในพื้นที่ ซึ่งปัญหาสำคัญที่เรื้อรังมานาน คือปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและการบริหารจัดการน้ำที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากคลองส่งน้ำของโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าในพื้นที่ ที่สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 จนถึงปัจจุบันมีอายุการใช้งานมายาวนานกว่า 38 ปี ส่งผลให้สภาพโครงสร้างชำรุด ทรุดโทรมอย่างหนัก ก้นคลองและผนังคลองแตกร้าวเสียหายในหลายจุด ทำให้เกิดความสูญเสียน้ำระหว่างทาง และไม่สามารถกระจายน้ำให้ทั่วถึงและเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร หากได้รับการแก้ไขปรับปรุง จะมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ จำนวน 2,423 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรมากกว่า 3,200 ไร่ ซึ่งภายหลังการพบปะฯ คณะได้ลงพื้นที่ดูสภาพคลองส่งน้ำของโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้าที่ชำรุด ทรุดโทรมฯ ดังกล่าว เพื่อจะได้หาแนวทางในการให้ความช่วยเหลือต่อไป.
-----------------------------------