ฟังวิทยุออนไลน์

หนองคาย สทนช.ลงพื้นที่ติดตามโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง

              สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินหน้าขับเคลื่อนแผนแม่บทลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ ชูการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการน้ำ ล่าสุดวันนี้ (4 ส.ค. 69) นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ,  นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภาค 3 , นายสุนทร คำศรีเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 5 กรมชลประทาน พร้อมคณะฯ ได้ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการบริหารจัดการน้ำห้วยหลวงตอนล่าง ณ สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย เพื่อเร่งรัดการก่อสร้างและยกระดับแผนรองรับวิกฤตสภาพอากาศ
           นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางการขับเคลื่อนว่า โครงการบริหารจัดการน้ำห้วยหลวงตอนล่าง วงเงินงบประมาณ 21,000 ล้านบาท เป็นหัวใจสำคัญในการคลี่คลายปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง โดยมีจุดหลักคือ "สถานีสูบน้ำบ้านแดนเมือง" ซึ่งขณะนี้คืบหน้าแล้วกว่าร้อยละ 85 ตัวสถานีถูกออกแบบให้บริหารจัดการน้ำได้ 2 ทิศทาง คือ เร่งระบายน้ำจากลำห้วยหลวงลงสู่แม่น้ำโขงในช่วงฤดูฝนด้วยเครื่องสูบน้ำ 10 เครื่อง (ศักยภาพ 150 ลบ.ม./วินาที) และสูบน้ำย้อนกลับจากแม่น้ำโขงเข้ามาสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง
           ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับสถานการณ์เอลนีโญที่ทำให้ฝนน้อยกว่าค่าปกติ สทนช.ได้ดำเนินการประเมินสถานการณ์รายวันผ่านระบบเส้นควบคุม (Dynamic Curve) พร้อมสมอบหมายให้กรมชลประทานกักเก็บน้ำในลำห้วยหลวงให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม เนื่องจากที่ผ่านมาโครงการติดอุปสรรคด้านการจัดหาที่ดินและสถานการณ์โควิด-19 คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) จึงได้เห็นชอบให้ขยายกรอบระยะเวลาโครงการไปถึงปี 2575 (เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติงบ) ซึ่งการขยายเวลาครั้งนี้จะมาพร้อมประโยชน์ที่เพิ่มขึ้น โดยจะมีพื้นที่แก้มลิงเพิ่มเติมอีก 20 แห่ง และปรับปรุงลำน้ำ ทำให้สามารถกักเก็บน้ำสำรองทั้งระบบได้กว่า 250 ล้านลูกบาศก์เมตร ครอบคลุมพื้นที่รับประโยชน์กว่า 300,000 ไร่ โดย สทนช. ตั้งเป้าที่จะใช้ "ห้วยหลวงโมเดล" นี้ เป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ในภาคอีสานต่อไป
            ด้าน นายสุนทร คำศรีเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 5 กรมชลประทาน เปิดเผย ปัญหาของพื้นที่ลุ่มต่ำบริเวณนี้คือ ในฤดูฝนเกษตรกรทำนาไม่ได้เพราะน้ำท่วมป่า และพอถึงฤดูแล้งน้ำก็ไหลทิ้งลงแม่น้ำโขงจนหมด โครงการนี้จึงเข้ามาตอบโจทย์โดยการสร้างสถานีที่ปากลำห้วยหลวงเพื่อใช้ลำน้ำเป็นแหล่งเก็บน้ำหลัก ซึ่งข่าวดีคือในหน้าแล้งปีนี้ เมื่อประตูระบายน้ำก่อสร้างแล้วเสร็จ จะสามารถเริ่มกักเก็บน้ำได้ที่ระดับ 160 ม.รทก หรือประเมินเป็นปริมาณน้ำราว 138 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะช่วยคลี่คลายปัญหาภัยแล้งให้แก่ราษฎรได้อย่างเป็นรูปธรรม
           ขณะที่ นายธรรมพงศ์ เนาวบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภาค 3 กล่าวเสริมถึงการขับเคลื่อนการทำงานในพื้นที่ว่า สทนช. ภาค 3 ได้อาศัยกลไกของคณะกรรมการลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแกนหลักในการติดตามและกำกับดูแลงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินโครงการสอดคล้องกับแผนแม่บทด้านทรัพยากรน้ำ ซึ่งกระบวนการบูรณาการและการมีส่วนร่วมนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่การบริหารจัดการน้ำที่มีความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริง.
-------------------------------------------------- 
จุมพล / ส.ปชส.หนองคาย


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar