ฟังวิทยุออนไลน์

ศปช. เตือนภาคเหนือเฝ้าระวัง 1-2 วันนี้ฝนตกหนักซ้ำ เร่งช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยต่อเนื่อง ทส. เสนอแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม 54 จังหวัด
(1 ต.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมครม. เพื่อเน้นย้ำให้กระทรวงมหาดไทยเร่งดำเนินการต่อไฟฟ้า และน้ำประปาเข้าบ้านของประชาชนในอำเภอแม่สาย และให้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มจำนวนนักจิตวิทยา เพื่อดูแลเรื่องสภาพจิตใจของประชาชนที่ประสบอุทกภัย และให้เตรียมยา และเวชภัณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น ยาป้องกันน้ำกัดเท้า หรือ EM Ball ที่ช่วยบำบัดน้ำเน่าเสีย พร้อมทั้งสั่งการให้ทุกภาคส่วนทำงานแบบบูรณาการและรายงานต่อศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม หรือ ศปช. ในช่วงเวลา 10.00 น. และ 13.00 น. เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ศปช. แจ้งปชช. ภาคเหนือเฝ้าระวังฝนตกหนักมาก ย้ำเขื่อนเจ้าพระยายังรับน้ำได้
กรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้แจ้งเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักซ้ำในพื้นที่เสี่ยงเดิม ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ย. - 2 ต.ค.67 โดยเฉพาะภาคเหนือ ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก จากฝนตกหนักซ้ำที่เดิม ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ลำปาง ลำพูน สุโขทัย พิษณุโลก แม่ฮ่องสอน เพชรบูรณ์ ตาก และกำแพงเพชร เนื่องจาก มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปะทะกับความชื้นส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากในจังหวัดดังกล่าว สำหรับสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ณ วันที่ 1 ต.ค. ปริมาณน้ำใน 4 เขื่อนเจ้าพระยา ยังสามารถรับน้ำได้ 6,500 กว่าล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 26% ของความจุทั้งหมด
กรมควบคุมมลพิษ เตรียมแนวทางการกำจัดขยะมูลฝอยและระบบบำบัดน้ำเสีย
กรมควบคุมมลพิษเตรียมพร้อมแนวทางการบริหารจัดการสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยและระบบบำบัดน้ำเสีย และเร่งขนขยะน้ำท่วมออกจากจุดพักขยะ พร้อมทั้งจัดจ้างรถบรรทุกเพื่อขนขยะเพิ่มเติม โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ร่วมกับสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย ได้ดำเนินการแจกจ่าย EM น้ำ เพื่อทำความสะอาดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 2 ชุมชน ได้แก่ชุมชนบ้านร่องเสือเต้น ชุมชนบ้านใหม่ จึงขอประชาสัมพันธ์การแก้ไขปัญหากลิ่นขยะในพื้นที่ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด ซึ่งประชาชนสามารถติดต่อขอรับ EM น้ำได้ที่ สำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย สำนักงานพัฒนาที่ดิน เขต 6 จังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) สอดคล้องกับ กระทรวงสาธารณสุข เตรียมแผนจัดการน้ำเน่าเสียในพื้นที่น้ำท่วมขัง จ.เชียงใหม่ โดยใช้ EM ในการบำบัด กรณีน้ำนิ่ง จะใช้ EM ในการบำบัด ซึ่งใช้ได้ทั้ง EM ผง EM น้ำ และ EM บอล เพื่อช่วยลดการเน่าเสียและกลิ่นเหม็น ทั้งนี้ ได้มีการสื่อสารประชาสัมพันธ์แนวทางและวิธีการใช้ EM บำบัดน้ำเสียในชุมชน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และจะพิจารณาจัดซื้อ EM ผง/EM น้ำ เพื่อสนับสนุนประชาชนบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบด้วย กรณีบริเวณน้ำไหล จะใช้ระยะเวลาปรับสภาพตามธรรมชาติ ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนไม่ทิ้งขยะในแหล่งน้ำ เก็บขยะออกจากแหล่งน้ำและท่อระบายน้ำที่อุดตัน เพื่อลดการเน่าเสียของน้ำในระหว่างที่หน่วยงานท้องถิ่นเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ สำหรับ จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่เกิดน้ำเน่าเสียที่ อ.สารภี (ต.หนองผึ้ง ต.สันทราย ต.มหาวงศ์ ต.ชมพู และ ต.ไชยสถาน) อ.หางดง (ต.หนองตอง และ ต.สันป่าตอง) ส่งกลิ่นเหม็นในบริเวณชุมชนที่อยู่อาศัย ทำให้ชาวบ้านที่เดินลุยน้ำท่วมขังมีอาการผดผื่น
ขณะที่ จ.เชียงราย ได้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการฟื้นฟูทางด้านสาธารณสุขตลอดเดือนตุลาคม โดยเบื้องต้น ศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้จัดเตรียมยาและเวชภัณฑ์ให้กับ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.)เชียงใหม่ ประกอบด้วย ชุด *V-clean 200 ชุด (*V-clean น้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์) ชุด *Sanitation Tool kit (*Sanitation Tool kit ประกอบด้วยเจลแอลกอฮอล์ น้ำยาล้างมือ หน้ากากอนามัย สำหรับประชาชนใช้ในการดูแลตนเองป้องกันเชื้อโรคที่ส่งผลต่อสุขภาพ) 200 ชุด ชุดยาสามัญ 500 ชุด และ EM น้ำเข้มข้น 1 ลิตร จำนวน 50 ขวด
ภาพรวมการช่วยเหลือด้านการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข
สำหรับภาพรวมการให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์ของกระทรวงสาธารณสุข พบผู้บาดเจ็บเพิ่มขึ้น 160 ราย ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 13 ราย ผู้บาดเจ็บสะสม 2,112 ราย ผู้เสียชีวิต 53 ราย และ
ผู้สูญหาย 1 ราย มีการเปิดศูนย์พักพิงในพื้นที่ 13 จังหวัด จำนวน 111 แห่ง รองรับประชาชนได้ 25,260 ราย ขณะนี้ มีประชาชนเข้าพัก 663 ราย สถานบริการสาธารณสุขได้รับผลกระทบ 87 แห่ง ใน 16 จังหวัด ในจำนวนนี้ยังต้องปิดบริการ 3 แห่ง คือ รพ.สต. แม่ปูนล่าง จ.เชียงราย รพ.สต. ป่าแมต จ.แพร่ และรพ.สต. บ้านวังลูกช้าง จ.พิจิตร ได้จัดทีมปฏิบัติการด้านการแพทย์ออกเยี่ยมบ้าน และตรวจรักษาประชาชน 417 ราย รวมทั้งออกดูแลกลุ่มเปราะบาง อาทิ ผู้ป่วยติดบ้าน/ติดเตียง ผู้พิการ หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยฟอกไต ผู้ป่วยจิตเวช จำนวน 261ราย และสื่อสารความรู้ในการป้องกันโรคและภัยสุขภาพที่มากับน้ำท่วมอย่างต่อเนื่อง
ปภ. รายงานผลการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน 2567
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานผลการดำเนินการจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน 2567 ตามมติ ครม. วันที่ 17 ก.ย. 67 มีประชาชนยื่นคำร้องในระบบ 45 จังหวัด จำนวน38,758 ครัวเรือน โดยกรมป้องกันภัยและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ส่งข้อมูลให้ธนาคารออมสิน 3 ครั้ง ตั้งแต่วันที่ 26 - 30 ก.ย. รวม 7,327 ครัวเรือน ผลการดำเนินงานการจ่ายเงินเยียวยาผ่านพร้อมเพย์ โอนสำเร็จ 5,733 ครัวเรือน รวมเป็นจำนวนเงิน 28,707,000 บาท ดังนี้
ครั้งที่ 1 (27 ก.ย.67) โอนสำเร็จ 2,893 ครัวเรือน จำนวนเงิน 14,465,000 บาท
ครั้งที่ 2 (30 ก.ย.67) โอนสำเร็จ 2,840 ครัวเรือน จำนวนเงิน 14,242,000 บาท
ครั้งที่ 3 คาดว่าจะจ่ายเงินได้ภายในวันที่ 2 ต.ค. นี้
นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ส่วนหน้า จ.เชียงราย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนจาก 37 จังหวัด รวมกว่า 1,400 นาย ที่ระดมทีมช่วยเหลือและฟื้นฟูจังหวัดเชียงราย และร่วมประชุมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยที่ศาลากลาง จ.เชียงราย และได้มีการกำหนดกรอบทิศทางการฟื้นฟูที่ชัดเจนโดยมอบหมายให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม บูรณาการทรัพยากรในการฟื้นฟูอย่างยิ่งในส่วนของ จ. เชียงราย อ.เเม่สาย อ.เวียงปาเป้า ให้เป็นรูปธรรม ภายในวันที่
31 ต.ค. 67 โดยให้เเบ่ง Zoning อย่างชัดเจน และให้ ศปช. ส่วนกลางจัดทำ Timeline เสนอ ศปช. ส่วนหน้า ภายใน 5 ต.ค. 67 โดยกรอบในการติดตามภาพรวมของการฟื้นฟูทั้งจังหวัด ทาง ศปช. ส่วนกลางจะปรับให้สอดคล้องกับ ศปช.ส่วนหน้าด้วย
ทส. เสนอแผนที่พื้นที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่ม 54 จังหวัด
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอบัญชีพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดแผ่นดินถล่มของประเทศไทย เพื่อให้ที่ประชุมครม. รับทราบ และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประกอบการพิจารณา เพื่อให้แต่ละพื้นที่เตรียมการป้องกันและเฝ้าระวัง ในการกำหนดมาตรการรับมือในพื้นที่ที่อาจจะเกิดดินโคลนถล่ม มีทั้งหมด 54 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ตาก แม่ฮ่องสอน น่าน กาญจนบุรี เชียงราย ลำปาง สุราษฎร์ธานี เลย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ แพร่ ยะลา เพชรบุรี พิษณุโลก อุทัยธานี ชัยภูมิ นครราชสีมา ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง พังงา ลำพูน สงขลา นราธิวาส จันทบุรี กำแพงเพชร สุโขทัย ราชบุรี ตรัง ปราจีนบุรี สตูล อุบลราชธานี กระบี่ สระแก้ว พัทลุง อุดรธานี ศรีสะเกษ ขอนแก่น นครสวรรค์ นครนายก สระบุรี ตราด ระยอง สุพรรณบุรี ชลบุรี ลพบุรี หนองบัวลำภู หนองคาย ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา และปัตตานี

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar