
(14 พ.ค. 67) ครม. รับทราบผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาภาคตะวันออกเกี่ยวกับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว เป็นกรณีพิเศษ EEC Visa แนวทางการให้สิทธิประโยชน์สำหรับผู้ประกอบกิจการในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ และการพัฒนาเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เสนอ
วัตถุประสงค์ของ EEC Visa และโครงการ EECd
EEC Visa: ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่คนต่างด้าวที่มีศักยภาพ และเป็นกลุ่มเป้าหมายให้เข้ามาทำงานในประเทศไทย เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัยผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ผู้บริหาร หรือผู้ชำนาญการ ในด้านที่ประเทศไทยขาดแคลน ทั้งด้านจำนวนและด้านคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในศาสตร์หรือองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างเร่งด่วน
EECd : ยกระดับขีดความสามารถให้กับอุตสาหกรรมดิจิทัล ในประเทศไทย สนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล ยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีเดิมไปสู่อุตสาหกรรมดิจิทัลยุคใหม่ (New S – Curve Digital Industry) และพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล
โดยคนต่างด้าวที่ยื่นขอ EEC Visa หรือยื่นขอเปลี่ยนประเภท Visa เป็น EEC Visa ต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตรา 10,000 บาท/คน/ปี และในการขอรับใบอนุญาตทำงาน EEC Work Permit ต้องชำระค่าบริการ ในอัตรา 20,000 บาท/คน/ครั้ง ทั้งนี้ มีคนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายตามที่กำหนดและประสงค์จะใช้สิทธิ EEC Visa คาดการณ์ 10 ปีแรก ของการดำเนินการประมาณ 149,388 คน มีรายได้จากค่าธรรมเนียมสำหรับ EEC Visa ประเภท S, E, P และ O ประมาณ 7,469.40 ล้านบาท และรายได้จากค่าบริการ EEC Work Permit ประมาณ 995.92 ล้านบาท
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิที่จะได้รับ EEC Visa
1.มีสัญญาจ้างกับผู้ประกอบกิจการหรือมีสัญญากับบุคคลอื่นที่กำหนดให้ต้องปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบกิจการ
2.ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง
3.ต้องได้รับการรับรองคุณสมบัติจากผู้ประกอบกิจการ
4.การแบ่งประเภท EEC Visa แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
4.1ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ (Specialist “S”) ต้องเป็นบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถในด้านที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษหรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องหรือ เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ
4.2ผู้บริหาร (Executive “E”) ต้องเป็นบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานมีอำนาจในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการ
4.3ผู้ชำนาญการ (Professional “P”) ต้องเป็นบุคคลผู้มีประสบการณ์การทำงานในสายงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษหรือกิจการที่เกี่ยวเนื่องหรือเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาและส่งเสริมอุตสาหกรรมเป้าหมายพิเศษ ทั้งนี้ ต้องแสดงหลักฐานว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติตามลักษณะข้างต้น
4.4คู่สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะ (Other “O”) หมายถึง
คู่สมรส และบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะของผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ ผู้บริหาร หรือผู้ชำนาญการ
สิทธิประโยชน์จากการได้รับ EEC Visa เช่น
•สิทธิในการเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรตามจำนวนและระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ กพอ. สูงสุดไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้ ต้องไม่เกินระยะเวลาตามสัญญาจ้างสำหรับใช้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยประทับตราขาเข้าและอนุญาตให้เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรในครั้งแรกเป็นเวลาไม่เกิน 5 ปี
•สิทธิในการได้รับการลดหย่อนอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราคงที่ร้อยละ 17
•สิทธิในการรายงานตัวแจ้งที่พักอาศัยตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กำหนด หรือรายงานตัวผ่านระบบออนไลน์
•สิทธิ์ในการตรวจลงตรา/เปลี่ยนประเภท/ต่ออายุ Visa ณ สตม. ทุกแห่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
•สิทธิในการนำคู่สมรสและบุคคลซึ่งอยู่ในอุปการะเข้ามาและ อยู่ในราชอาณาจักรตามความจำเป็นและเหมาะสม
การพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ EECd จะก่อให้เกิดประโยชน์ ในด้านต่าง ๆ ดังนี้
•เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในพื้นที่ EECd
•เกิดการจ้างงานที่เกี่ยวข้องจากการลงทุนในพื้นที่ EECd และการจ้างงานสนับสนุนจากบุคลากรภายนอกองค์กร
•สามารถเพิ่มรายได้ของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่อยู่บริเวณใกล้เคียง พื้นที่ EECd
•การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจด้วยการสร้างมูลค่าด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ยั่งยืนในระยะยาว
•ก่อให้เกิดการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนภายในพื้นที่ EECd และพื้นที่โดยรอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค
•ยกระดับรายได้ของประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นโดยรอบอย่างทั่วถึง
•ขับเคลื่อนสังคมสู่แนวคิดการสร้างนวัตกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจรูปแบบใหม่บนพื้นฐานการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วย BCG โมเดล ควบคู่กับการเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ