ฟังวิทยุออนไลน์

ครม.ไฟเขียวงบ 496 ล้าน พัฒนาศักยภาพ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ปักธง 24 โครงการ

ครม.ไฟเขียวงบ 496 ล้าน พัฒนาศักยภาพ 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ปักธง 24 โครงการ
ครม. เห็นชอบในหลักการโครงการของกลุ่มจังหวัดและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 (จังหวัดนครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์)
(2 ก.ค. 67) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ว่า ก่อนวันประชุม ครม. รัฐมนตรีแต่ละท่านได้ลงพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย
จ.นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ รวมไม่น้อยกว่า 80-100 จุด โดยก่อนการประชุม ครม. ทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้รับมอบหมายจัดประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐ เอกชน เพื่อหารือกันว่าจะมีโครงการอะไรบ้างที่เสนอเข้าที่ประชุม เพื่อให้เห็นผลดำเนินการภายใน 1 ปี โดยทั้ง 4 จังหวัดส่วนราชการเสนอโครงการ และได้รับการอนุมัติ จำนวน 16 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการขยายเส้นทางจราจร ประปา และแหล่งท่องเที่ยว ขณะที่ภาคเอกชน เสนอมา 8 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการคมนาคมขนส่ง และการส่งเสริมพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งสิ้น 24 โครงการ วงเงิน 496 ล้านบาท
ครม. เห็นชอบในหลักการโครงการของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด จำนวน 16 โครงการ กรอบวงเงิน 249,004,600 บาท
โครงการที่มีความพร้อมและดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี ของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 จำนวน 16 โครงการ กรอบวงเงิน 249,004,600 บาท ดังนี้
1. โครงการส่งเสริมศักยภาพไหมอีสาน กลุ่มจังหวัดนครชัยบุรินทร์ วงเงิน 9,000,000 บาท
2. โครงการ Triple Heritage Ring Road วงเงิน 6,000,000 บาท
3. โครงการการสร้างศูนย์กลางการประกอบอาหารของนครชัยบุรินทร์ วงเงิน 30,600,000 บาท
4. โครงการยกระดับคุณภาพชีวิตคนทุกช่วงวัยนครชัยบุรินทร์ กิจกรรม ยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชนนครชัยบุรินทร์ ด้วยภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย วงเงิน 4,390,600 บาท
5. โครงการพัฒนาพื้นที่เขาใหญ่เพื่อได้รับการรับรองเป็น Blue Zone วงเงิน 6,000,000 บาท
6. โครงการ Locations For Filming Industry in Korat วงเงิน 6,000,000 บาท
7. โครงการส่งเสริมการผลิตและขยายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังสะอาดจังหวัดนครราชสีมา วงเงิน 5,600,000 บาท
8. โครงการระบบผลิตน้ำประปาขนาดใหญ่ กำลังการผลิต 10,000,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง จำนวน 6 กิจกรรม วงเงิน 32,400,000 บาท
9. โครงการยกระดับมาตรฐานเส้นทางคมนาคมสายหลัก (ขยายช่องทางจราจรถนนเสาหลักให้เป็นสี่ช่องจราจรตลอดสายทาง) กิจกรรม: ขยายช่องทางจราจรให้เป็นสี่ช่องจราจร (เทพสถิต-ซับใหญ่) วงเงิน 40 ล้านบาท
10. โครงการยกระดับสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน วงเงิน 3 ล้านบาท
11. โครงการแปลงขยะเศษอาหารและเศษวัชพืชเป็นปุ๋ยอินทรีย์ วงเงิน 7 ล้านบาท
12. โครงการบำรุงรักษาทางหลวงบูรณะทางผิวแอสฟัลต์ทางหลวง วงเงิน 10 ล้านบาท
13. โครงการปรับสภาพแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลักอารยะสถาปัตย์ในแหล่งท่องเที่ยวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าภูเขาไฟกระโดง 12,050,000 บาท
14. โครงการงานขยายเขตจำหน่ายน้ำเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและรองรับการพัฒนาในพื้นที่อำเภอบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ วงเงิน 26,964,000 บาท
15. โครงการก่อสร้างถนนลาดยางแอสฟัลติกคอนกรีต สายแยกเขาขาว-จุดชมวิวผามะนาว วงเงิน 33,800,000 บาท
16. โครงสร้างผลิตน้ำประปาแบบ POG Tanks (size L) วงเงิน 16,200,000 บาท
ทั้งนี้ ที่ประชุมเห็นชอบในหลักการโครงการของกลุ่มจังหวัดและจังหวัด จำนวน 16 โครงการ กรอบกรอบวงเงิน 249,004,600 บาท โดยให้กลุ่มจังหวัดและจังหวัดขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบประมาณรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินจำเป็น ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดนำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดตามขั้นตอน
ครม. เห็นชอบในหลักการของโครงการข้อเสนอของภาคเอกชน จำนวน 8 โครงการ กรอบวงเงิน 247,153,400 บาท
การพัฒนากลุ่มจังหวัดและจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ของภาคเอกชน ข้อเสนอกลุ่มจังหวัดของภาคเอกชนที่มีความพร้อมดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี จำนวน 8 โครงการ กรอบวงเงิน 247,153,400 บาท ดังนี้
1. โครงการปรับปรุงก่อสร้างถนนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยวสายทางเข้าเขื่อนลำแชะวงเงิน 35 ล้านบาท
2. โครงการสร้างเศรษฐกิจเพิ่มมูลค่าอาหาร SAN ดี ประจำถิ่นนครชัยบุรินทร์ From Local to Global วงเงิน 14,653,400 บาท
3. โครงการระบบระบายน้ำช่วงบ้านกอพร้อมอาคารประกอบ วงเงิน 32 ล้านบาท
4. โครงการขับเคลื่อน soft power โคราชเมืองศิลปะ วงเงิน 8,500,000 บาท
5. โครงการฟื้นฟูภูมิทัศน์วัฒนธรรมคูเมืองกำแพงเมือง อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย วงเงิน 7 ล้านบาท
6. โครงการเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวและพัฒนา Land Mark จังหวัดชัยภูมิวงเงิน 50 ล้านบาท
7. โครงการพัฒนาแหล่งน้ำรองรับการขยายตัวพื้นที่เขตเศรษฐกิจเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน้ำห้วยยาง อำเภอหนองกี่จังหวัดบุรีรัมย์ วงเงิน 50 ล้านบาท
8. งานก่อสร้างโครงข่ายทางหลวงแผ่นดินตำบลหนองบัว อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ วงเงิน 50 ล้านบาท
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบในหลักการของโครงการที่เป็นข้อเสนอของภาคเอกชน จำนวน 8 โครงการ กรอบวงเงิน 247,153,400 บาท โดยให้ส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดและให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งจัดทำข้อเสนอโครงการ โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณอย่างรอบคอบรวมทั้งให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดนำโครงการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาจังหวัดและแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดตามขั้นตอน
ครม. รับทราบอนุมัติเห็นชอบ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอในการจัดตั้งคณะกรรมการโดยการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา ปี 2572
(2 ก.ค. 67) น.ส.เกณิกา อุ่นจิตร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบ อนุมัติ และเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ดังนี้
1. รับทราบผลการประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572
2. เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหน่วยงานหลักในการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเตรียมการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 โดยเตรียมการแต่งตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องและจัดทำแผนงานและงบประมาณต่อไป
3. อนุมัติองค์ประกอบของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 (คณะกรรมการอำนวยการฯ)
4. เห็นชอบให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) สำนักงานอัยการสูงสุด (อส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณารายละเอียดเอกสารสัญญาให้มีความรอบคอบ รัดกุม และเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย
ก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเกี่ยวกับการดำเนินโครงการประมูลสิทธิ์งานมหกรรมพืชสวนโลก ดังนี้
(16 พ.ย. 64) อนุมัติหลักการให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการยื่นประมูลสิทธิ์การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 (ระดับ B1) และจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 (ระดับ A1) ต่อ สมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ (AIPH)
(4 ม.ค. 65) อนุมัติกรอบงบประมาณการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก จังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 วงเงินงบประมาณ 2,500 ล้านบาท และจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 วงเงินงบประมาณ 4,281 ล้านบาท
สาระสำคัญของโครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 มีรายละเอียด ดังนี้
1. การประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพ :
1.1 โครงการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 มี Theme: Nature & Greenery: Envisioning the Green Future ระดับการจัดงานประเภท A1 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความก้าวหน้าด้านพันธุ์พืช เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตพืชสวน การแปรรูป และผลิตภัณฑ์แบบครบวงจร ในการเป็นฐานเกษตรและอาหารที่เข้มแข็ง บนพื้นฐานของการพัฒนา รวมทั้งการสร้างสมดุลทางธรรมชาติ ด้านการวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศไทยเพื่อจัดให้เกิดการยกระดับและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสารทางด้านพืชสวนและการเกษตรกับนานาประเทศที่มาร่วมงานและส่งเสริมให้เกิดการขยายตลาดสินค้าการเกษตรให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
1.2 ผลการประมูลสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2572 ในการประชุม AIPH Spring Meeting 2024 ระหว่าง วันที่ 3 – 7 มีนาคม 2567 ในช่วงการประชุม AIPH International Horticultural Expo Conference เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2567 ประเทศไทย โดยอธิบดีกรมวิชาการเกษตรและผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เสนอความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดงาน Korat Expo 2029 ซึ่งเป็นการจัดงานระดับ World Horticultural Expo (A1) และเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 AIPH ได้ประกาศผลประเทศเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก พ.ศ. 2572 ในช่วงการประชุม AIPH General Meeting ว่าประเทศไทยได้รับสิทธิ์การเป็นเจ้าภาพในการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ทั้งนี้ คณะกรรมการ AIPH ได้มีข้อแนะนำให้ควรเริ่มดำเนินการเตรียมการให้เร็วที่สุดจะทำให้งานมีประสิทธิภาพ
2. แผนการดำเนินงานต่อไป
2.1 แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการฯ
2.2. การชำระเงินค่าธรรมเนียมและการจัดทำสัญญา
2.3 ประโยชน์และผลกระทบ
ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
- เงินทุนหมุนเวียนจากการจัดงาน
- การสร้างมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP)
- สร้างการจัดงาน
- รายได้จากการจัดเก็บภาษี
ผลกระทบทางสังคมจากการจัดงาน
การจัดมหกรรมพืชสวนโลกในประเทศไทยถือเป็นงานระดับภูมิภาคที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศให้เดินทางมาเพื่อเข้าร่วมงาน ก่อให้เกิดการบูรณาการและทำงานร่วมกันของทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่
- เสริมสร้างภาพลักษณ์ ชื่อเสียงและการรับรู้เกี่ยวกับประเทศไทย ในฐานะเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพื้นที่สีเขียวของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และในฐานะผู้นำด้านเกษตรกรรมและวนเกษตร ให้เป็นที่รับรู้และมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ
- เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าภาคการเกษตรของประเทศไทย
- พัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเกษตรและเทคโนโลยีด้านเกษตรกรรม
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
รูปแบบการจัดงาน
การจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก แบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
• A1 : World Horticultural Exhibition ใช้พื้นที่จัดแสดง 500,000 ตารางเมตร ระยะเวลาจัดงาน 3 – 6 เดือน
• B : International Horticultural Exhibition ใช้พื้นที่จัดแสดง 250,000 ตารางเมตร ระยะเวลาจัดงาน 3 – 6 เดือน
• C : International Horticultural Show ใช้พื้นที่จัดแสดง 6,000 ตารางเมตร ระยะเวลาจัดงาน 4 – 20 วัน
• D : International Horticultural Trade Exhibition เป็นงานแสดงเพื่อธุรกิจการค้าพันธุ์พืชโดยไม่กำหนดจำนวนวันจัดงานขั้นต่ำ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar