ฟังวิทยุออนไลน์

สภาพัฒน์รายงานความสามารถในการจัดอันดับการแข่งขัน ของสถาบันจัดอันดับนานาชาติ (IMD) โดยไทยอยู่ในอันดับที่ 25 และอันดับที่ 2 ของอาเซียน

(18 มิ.ย. 67) คณะรัฐมนตรีรับทราบผลรายงานการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย โดย สถาบันการจัดการนานาชาติ (International Institute for Management Development :IMD) ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอ
จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน (IMD World Competitiveness Yearbook) ไทยครองอันดับที่ 25
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ปลื้มพัฒนาประเทศจนเห็นผล ไทยปรับตัวดีขึ้น 5 อันดับจากปีที่แล้ว โดยปีนี้ครองอันดับที่ 25 (ปี 2023 อยู่ที่ลำดับ 30) จาก 67 เขตเศรษฐกิจ ในการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศประจำปี 2024 (IMD World Competitiveness Yearbook 2024) ของInternational Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนรองจาก สาธารณรัฐสิงคโปร์
ประเมินผลการแข่งขันจากปัจจัยหลัก 4 ด้าน
โดยปัจจัยหลักที่ไทยทำผลงานได้ดี แบ่งการจัดอันดับตามด้านต่าง ๆ ดังนี้
สมรรถนะทางเศรษฐกิจ (Economic Performance) ไทยได้อันดับที่ 5 ด้วยคะแนน 64.3 (ปี 2023 อยู่ลำดับที่ 16) ตัวอย่างปัจจัยย่อยที่มีผลต่อการจัดลำดับด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจ เช่น การค้าระหว่างประเทศเศรษฐกิจภายในประเทศ ด้านการจ้างงาน เป็นต้น
ประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ (Business Efficiency) ไทยได้อันดับที่ 20 ด้วยคะแนน 62.0 (ปี 2023 อยู่ลำดับที่ 24) ตัวอย่างปัจจัยย่อยที่มีผลต่อการจัดลำดับด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการ ทัศนคติและค่านิยม เป็นต้น
ประสิทธิภาพของภาครัฐ (Government Efficiency) ไทยได้อันดับที่ 24 ด้วยคะแนน 55.1 (ปี 2023 อยู่ลำดับที่ 23) ตัวอย่างปัจจัยย่อยที่มีผลต่อการจัดลำดับด้านประสิทธิภาพของภาครัฐ เช่น การคลังภาครัฐ นโยบายภาษี กรอบการบริหารภาครัฐ เป็นต้น
โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) ไทยได้อันดับที่ 43 ด้วยคะแนน 40.2 (ปี 2023 อยู่ลำดับที่ 43) ตัวอย่างปัจจัยย่อยที่มีผลต่อการจัดลำดับด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงสร้างด้านเทคโนโลยี สาธารณูปโภคพื้นฐาน สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
การจัดอันดับการแข่งขันฯ โดย IMD ในอาเซียน สาธารณรัฐสิงคโปร์ ได้อันดับที่ 1 รองลงมาคือ ประเทศไทย (อันดับที่ 25) อินโดนีเซีย (อันดับที่ 27) มาเลเซีย (อันดับที่ 34) และสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (อันดับที่ 52) ตามลำดับ
TOP 5 การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน 2024 จาก 67 เขตเศรษฐกิจทั่วโลก มีดังนี้
อันดับที่ 1 สาธารณรัฐสิงคโปร์
อันดับที่ 2 สมาพันธรัฐสวิส (สวิตเซอร์แลนด์)
อันดับที่ 3 ราชอาณาจักรเดนมาร์ก
อันดับที่ 4 ประเทศไอร์แลนด์
อันดับที่ 5 เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ฮ่องกง)
นายกฯ ยื่นคำมั่นรัฐบาลพร้อมสู้ทุกความท้าทาย
นายกรัฐมนตรี ขอบคุณการจัดอันดับที่สะท้อนให้เห็นผลสำเร็จของการทำงานของรัฐบาล โดย รัฐบาลวางแผนการทำงานอย่างต่อเนื่อง มีรูปแบบเป็นไปตามยุทธศาสตร์ ทำให้มั่นใจว่า รัฐบาลพร้อมที่จะต่อสู้กับความท้าทายที่เกิดขึ้น เอาชนะทุกอุปสรรค ไม่ว่าจะเป็น ค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและความกังวลต่อหนี้สินครัวเรือน ความตระหนักรู้และความสามารถของ SMEs ในการจัดการกับกฎระเบียบระหว่างประเทศเกี่ยวกับการปล่อยคาร์บอนต่ำ การจัดการกับความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เป็นต้น เพื่อให้ประเทศไทยมีความสามารถในการแข่งขัน นำความได้เปรียบที่ไทยมีมาพัฒนาให้เกิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar