ฟังวิทยุออนไลน์

รัฐบาลสั่งการหามาตรการป้องกัน และปราบปรามธุรกิจขายสินค้าจากต่างประเทศผิดกฎหมาย เพื่อช่วย SME ไทยปรับตัว -แข่งขันได้

ปัจจุบันธุรกิจขายสินค้าออนไลน์และออฟไลน์จากต่างประเทศได้เข้ามาค้าขายอย่างผิดปกติในประเทศไทย โดยมีการขายของออนไลน์ไหลเข้ามาสูงผิดปกติ ซึ่งเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (E - commerce) ที่เกี่ยวข้องกับการค้าปลีก โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 1.53 ล้านล้านบาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงของการค้ารูปแบบใหม่โดยเฉพาะ E - commerce ได้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อโอกาสในการทำธุรกิจของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ประกอบการ SME
นายกฯ มอบพาณิชย์ หามาตรการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย
(13 ส.ค. 67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นเจ้าภาพในการหามาตรการป้องกันและปราบปรามธุรกิจขายสินค้าจากต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกำหนดมาตรการที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ดังนี้
1.การตรวจสอบการจดทะเบียนธุรกิจการค้าและใบอนุญาตต่าง ๆ เพื่อดำเนินการกับธุรกิจผิดกฎหมายหรือสีเทาจากต่างประเทศ
2.การตรวจสอบสินค้าว่าเป็นไปตามมาตรฐาน เช่น มอก. และ อย. เพื่อปกป้องผู้บริโภคคนไทย โดยสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเจ้าภาพ ประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรม และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
3.การตรวจสอบใบอนุญาตนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศและการชำระอากรขาเข้าของผู้ประกอบการ
4.การตรวจสอบใบอนุญาตการตั้งโรงงาน โดยกรมโรงงาน
ทั้งนี้ นายกฯ ย้ำว่า ให้คำนึงถึงข้อตกลงการค้าระหว่างประเทศ และดูแลผลประโยชน์ของผู้บริโภคและผู้ประกอบการอย่างสมดุล รวมทั้งหาทางสนับสนุนและพัฒนาให้ผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถปรับตัวและแข่งขันได้
กระทรวงพาณิชย์ ออกมาตรการภาษีคุมแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติ
เพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค กระทรวงพาณิชย์ได้พิจารณาการจัดเก็บภาษี E - commerce เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน โดยการกำหนดนโยบายการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสมสำหรับแพลตฟอร์ม E - commerce ข้ามชาติ เพื่อให้ธุรกิจดังกล่าวเสียภาษีอย่างถูกต้องและไม่เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ประกาศ 9 มาตรการ เร่งเสริมแกร่งติดอาวุธผู้ประกอบการไทยรับมือรูปแบบการค้ายุคใหม่ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้อย่างเข้มแข็งและเติบโตอย่างมีศักยภาพ
เปิด 9 มาตรการ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ติดอาวุธผู้ประกอบการไทย
1.ขยายช่องทางการตลาดผ่านออนไลน์ โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการให้ใช้ช่องทางการค้าออนไลน์ในการขยายตลาด ประกอบด้วย
1.1การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้าน E - commerce ให้แก่ผู้ประกอบการทั่วประเทศ ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ เช่น หลักสูตรปั้นร้านค้าออนไลน์ขั้นเทพ (Online Marketing Genius: OMG) หลักสูตรปั้นเจ้าของธุรกิจให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ (The Influencer Journey : TIJ) และหลักสูตรสร้างนักขายออนไลน์มืออาชีพ (Smart Trader Online) ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบการได้รับการอบรม ทั้ง 3 หลักสูตร รวมกว่า 4,000 ราย
1.2การสร้างโอกาสทางการตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E -commerce Booster) ผ่านหลักสูตรชุมชนออนไลน์นวัตกรรมรักษ์โลก (Digital Village by BCG) เป็นกิจกรรมยกระดับชุมชน โดยการ นำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะช่วยเหลือชุมชน ที่อยู่ห่างไกลให้สามารถทำการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง โดยได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตั้งเป้าหมาย 20 ชุมชนทั่วประเทศ
1.3สร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ (Trust and Security) ผ่านเครื่องหมายรับรองผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered) และเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือ (DBD Verified)
1.4สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (Market Collaboration) ยกระดับสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนา E - commerce ecosystem ผ่านงานมหกรรม Thailand E - commerce Expo 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 21 สิงหาคม 2567 ณ ไอคอนสยาม โดยมีผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมาย 3,000 ราย รวมถึงการสร้างเครือข่ายแพลตฟอร์มและส่งเสริมการค้าออนไลน์ในประเทศ โดยการจัดทำหน้า Landing Page บนแพลตฟอร์ม E - Marketplace และ Social Commerce ที่มีชื่อเสียง เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าของผู้ประกอบการไทยในแพลตฟอร์มเหล่านั้นอีกด้วย
2.สร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SME โดยนำผู้ประกอบการชุมชน ออกงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ณ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้าชื่อดัง เพื่อสร้างการรับรู้สินค้าและบริการ เป็นการขยายช่องทางการตลาดผ่านการสัมผัสจับต้อง เช่น โครงการส่งเสริมพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการรายย่อยก้าวทันการค้ายุคใหม่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม - 2 กันยายน 2567ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสเกต จ.นนทบุรี โครงการส่งเสริมกระจายสินค้าพื้นถิ่นไทยสู่ตลาด จัดขึ้นระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม 2567 ณ ไอคอนสยาม นำผู้ประกอบการธุรกิจบริการและสินค้าสุขภาพและความงาม อาทิ ธุรกิจสปา ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ร่วมออกงานแสดงและจำหน่ายสินค้า ภายในงาน Thailand Wellness & Healthcare Expo 2024 จัดขึ้น ระหว่างวันที่16 - 18 สิงหาคม 2567 ณ ไบเทค บางนา
3.ส่งเสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าชุมชนของไทย ช่วยประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน DBD Smart Local BCG ให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคมากขึ้น
4.เจรจาหาพื้นที่จำหน่ายสินค้าฟรีหรือราคาพิเศษให้ผู้ประกอบการชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมัน ฯลฯ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ปัจจุบันมี 19,000 ทำเล
5.เสริมสร้างองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการประกอบธุรกิจให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ เช่น การเสริมทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล (Data - Driven Decision) เพื่อให้สามารถกำหนดแนวทางการผลิตสินค้าที่โดนใจผู้บริโภค การทำ Branding การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการพัฒนาสินค้า/ธุรกิจและการยกระดับธุรกิจเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานสากล เป็นต้น
6.ส่งเสริมการเชื่อมโยงพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อช่วยเหลือเกื้อกูล ส่งต่อความรู้และลูกค้าระหว่างกัน เช่น การรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ร่วมกับเครือข่ายธุรกิจ MOC Biz Club ทั่วประเทศ และ การรวมกลุ่มธุรกิจแฟรนไชส์
7.สร้างผู้ประกอบการรายใหม่ สร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ ด้วยระบบแฟรนไชส์ที่ได้มาตรฐาน
8.เสริมศักยภาพร้านค้าโชห่วยด้วยเทคโนโลยี ส่งเสริมความรู้ และใช้ POS บริหารจัดการร้านค้า เพื่อลดต้นทุน เพิ่มยอดขาย และนำร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นต้นแบบที่ผ่านการพัฒนาจากกรมไปเป็นพี่เลี้ยงยกระดับร้านโชห่วยให้มีภาพลักษณ์ที่ดีมีความสามารถในการแข่งขัน พร้อมเชื่อมโยงกับซัพพลายเออร์เพื่อเป็นพันธมิตรในการทำธุรกิจ
9.อำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลา และเพิ่มความเชื่อมั่นในการเข้าใช้บริการ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจกิจกรรมติดอาวุธเสริมทักษะเพื่อเร่งปรับตัวรับมือกระแสการค้าโลกใหม่ทั้ง 9 มาตรการ สามารถติดตามข้อมูลและลงทะเบียนร่วมกิจกรรมได้ทาง www.dbd.go.th
พัฒนาและยกระดับร้านอาหารไทย ผ่าน 7 กิจกรรม
กระทรวงพาณิชย์ออกมาตรการดูแลช่วยเหลือภาคธุรกิจร้านอาหาร เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหารของไทยสามารถปรับตัว แสวงหาโอกาสที่เกิดขึ้น และรับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยให้ร้านอาหารเข้าถึง และเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น โดย กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจับมือผู้เชี่ยวชาญธุรกิจร้านอาหารร่วมกันสร้างสรรค์ 7 กิจกรรม เพื่อพัฒนาและยกระดับร้านอาหารไทย ดังนี้
1.ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านการบริหารจัดการธุรกิจร้านอาหารอย่างมืออาชีพ ผ่านหลักสูตร Smart Restaurant Plus เพื่อให้ร้านอาหารมีองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจอย่างครบวงจร ทั้งการบริหารต้นทุน การเงิน ทรัพยากรบุคคล นวัตกรรม และการตลาด ให้สามารถนำความรู้และเทคโนโลยีที่ได้มาปรับใช้ในการบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันมีร้านอาหารผ่านการพัฒนาแล้วกว่า 3,000 ราย(เริ่มดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 จัดไปแล้ว 7 รุ่น)
2.ยกระดับมาตรฐานร้านอาหารไทยผ่านตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีคุณภาพมาตรฐาน รสชาติอาหารไทยแท้ วัตถุดิบคุณภาพ บรรยากาศ และการบริการที่ดี ผ่านการพิจารณาของผู้เชี่ยวชาญในการลงพื้นที่ตรวจประเมินและให้คำปรึกษาแนะนำ โดยปัจจุบันมีร้านอาหารที่ได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT 370 ร้าน และมีเป้าหมาย 500 ร้านครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ ภายในปี 2567
3.กระตุ้นยอดขายเพิ่มรายได้ร้านอาหาร ผ่านแคมเปญ “เที่ยว ฟิน กิน Thai SELECT” โดยร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยพลังเศรษฐกิจสร้างสรรค์ Soft Power อาหารไทย
4.ส่งเสริมช่องทางการตลาด ผ่านการจำหน่ายอาหารในงานเทศกาลอาหารต่าง ๆ และแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีชั้นนำ ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร โดยนำร้านอาหาร Thai SELECT มาจัดแสดง (Showcase) ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
5.เสริมสร้างการรับรู้ให้แก่ร้านอาหารไทยและตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์ ผ่านผู้ทรงอิทธิพลบน Social Media (Influencer) รายการอาหาร และผู้มีชื่อเสียงที่มาช่วยรีวิวร้านอาหาร กระตุ้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงกับอาหารไทย และการจัดประกวดคลิปวิดีโอสั้น ภายใต้สโลแกน “อาหารไทย ต้อง Thai SELECT” เพื่อให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จัก
6.การเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวกับร้านอาหาร โดยจับมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวเมืองหลัก เมืองน่าเที่ยวกับร้านอาหาร Thai SELECT ในพื้นที่ โดยได้นำร่องแล้ว 10 เส้นทาง เช่น จ.นครราชสีมา เชียงใหม่ ภูเก็ต เป็นต้น และมีเป้าหมายเพิ่มขึ้นให้ครบทุกภูมิภาคต่อไป
7.สร้างเครือข่ายผู้ประกอบการร้านอาหาร ผ่านกิจกรรมเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจของผู้ประกอบการร้านอาหาร ผู้ผลิตอุปกรณ์ผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ผู้ให้บริการเครื่องมือและระบบบริหารจัดการร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การเพิ่มคู่ค้าและต่อยอดธุรกิจ
พร้อมทั้ง ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์จากกฎหมายหลักประกันทางธุรกิจมากขึ้น โดยนำกิจการมาใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการขอสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
เร่งเดินหน้าทำงานกับหน่วยงานพันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมาย
สำหรับการเข้ามาของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติต่าง ๆ ในประเทศไทยนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งเดินหน้าทำงานกับหน่วยงานพันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการไทย โดยพิจารณาให้ครอบคลุมเพื่อรับมือกับผลกระทบและส่งเสริมโอกาสที่จะเกิดขึ้น
เพื่อการสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองผู้บริโภค จากการเข้ามาแข่งขันและจัดตั้งธุรกิจโดยผิดกฎหมายของต่างชาติ
ตรวจสอบธุรกิจที่มีลักษณะนอมินี หรือให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว เพื่อหลีกเลี่ยงการขออนุญาตประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ที่กำหนดให้คนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจบริการตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.ฯ และต้องการถือหุ้นเกินร้อยละ 50 ต้องเข้าสู่กระบวนการขออนุญาตโดยถูกต้อง มิฉะนั้นจะมีความผิดต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกินสามปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนถึงหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำ
ทั้งปรับ
นายกฯ ย้ำให้ทุกหน่วยงานใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมดูแลสิทธิประโยชน์ให้คนไทย
นายกรัฐมนตรี แสดงความห่วยใยต่อความรู้สึกของประชาชนในการดำรงชีวิต และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด รักษาสิทธิประโยชน์ของคนไทยอย่างสูงสุด และขอให้สรุปข้อหารือในการเสริมมาตรการ เพื่อนำเสนอต่อ ครม. ภายในเดือนนี้

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar