ฟังวิทยุออนไลน์

ครม.เห็นชอบตาม กษ. แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 - 2570
(20 ส.ค. 67) ครม. มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) เสนอ ดังนี้
1. แผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พ.ศ. 2567 – 2570 (แผนปฏิบัติการปลาหมอคางดำฯ)
2. แผนปฏิบัติการปลาหมอคางดำฯ เป็นวาระแห่งชาติ
3. ให้ กษ. ยกเว้นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 เรื่องแนวทางการจัดทำแผนระดับที่ 3 ที่เป็นแผนปฏิบัติการด้าน .... เพื่อเสนอให้สามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้โดยเร็วต่อไป
สาระสำคัญ
คณะกรรมการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในการประชุมครั้งที่ 2/2567 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน) มีมติเห็นชอบในหลักการ ของแผนปฏิบัติการปลาหมอคางดำฯ ประกอบด้วย 7 มาตรการ (14 กิจกรรม)
(1) ควบคุม กำจัด และลดประชากรปลาหมอคางดำ ออกจากแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน ที่แพร่ระบาดในทุกพื้นที่ของประเทศไทย รวมทั้งส่งเสริมให้มีการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ
(2) ฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพของแหล่งน้ำที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด เพื่อฟื้นฟูความหลากหลายตามความเหมาะสมของแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า 20 ล้านตัว
(3) สร้างเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ของทุกภาคส่วน ทั้งภาคประชาชน ภาครัฐ ภาคเอกชน และการมีส่วนร่วมในการรับมือกับการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่รอยต่อและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
(4) ประชาสัมพันธ์และการสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนให้ทราบถึงผลกระทบและการดำเนินการร่วมแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
(5) สร้างงานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการประมงเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคาดำและสัตว์น้ำต่างถิ่นรุกราน
ระยะเวลาดำเนินการ : เดือนกรกฎาคม 2567 - กันยายน 2570
งบประมาณ : 450 ล้านบาท
ดำเนินการตามแผน 7 มาตรการ
มาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่ง ที่พบการแพร่ระบาด
- ควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำและบ่อสัตว์น้ำในพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาด
- กำจัดประชากรปลาหมอคางดำออกจากแหล่งน้ำ ไม่น้อยกว่า 5,000 ตัน
- งบประมาณ 100 ล้านบาท
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมประมง สำนักงานประมงจังหวัด และศูนย์วิจัยประมงในพื้นที่
กิจกรรมที่ 1 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติด้วยเครื่องมือประมงที่มีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับภาพพื้นที่
กลุ่มเป้าหมาย: ชาวประมง เครือข่ายชุมชนในพื้นที่แพร่ระบาด
กิจกรรมที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำจากบ่อเพาะเลี้ยงด้วยกากชา และส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่น
กลุ่มเป้าหมาย: เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่แพร่ระบาด
มาตรการที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง
- จัดหาพันธุ์สัตว์น้ำและปล่อยปลาผู้ล่าตามความเหมาะสม ของแหล่งน้ำ ไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัว
- งบประมาณ 50 ล้านบาท
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมประมง สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยประมงในพื้นที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และสถาบันการศึกษา
กิจกรรมที่ 1 การประเมินสถานภาพปลาหมอคางดำก่อน - หลังปล่อยปลาผู้ล่าลงในแหล่งน้ำ
พื้นที่เป้าหมาย: แหล่งน้ำที่พบการแพร่ระบาด
กิจกรรมที่ 2 การปล่อยปลาผู้ล่าเพื่อกำจัดลูกปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ
พื้นที่เป้าหมาย : แหล่งน้ำที่พบการแพร่ระบาด
มาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์
- เพิ่มแหล่งรับซื้อปลาหมอคางดำที่ถูกจำกัดและหาแนวทางการใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำ
- ปริมาณปลาหมอคางดำที่นำไปใช้ประโยชน์ ไม่น้อยกว่า 5,000 ตันงบประมาณ 80 ล้านบาท
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมประมง สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยประมงในพื้นที่องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น กรมพัฒนาที่ดิน และกรมส่งเสริมการเกษตรฯ
กิจกรรมที่ 1 การจัดหาแหล่งกระจายและจำหน่ายปลาหมอคางดำ ที่ถูกกำจัดออกจากระบบนิเวศ
กลุ่มเป้าหมาย: กลุ่มวิสาหกิจชุมชน โรงงานปลาป่น เกษตรกร
กิจกรรมที่ 2 การหาแนวทางการนำปลาหมอคางดำไปใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ
กลุ่มเป้าหมาย: กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มผู้แปรรูป เกษตรกร
มาตรการที่ 4 การสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจายประชากรปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชน
- สร้างความรู้และการมีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมในการรับมือการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำให้กับประชาชนในพื้นที่เขตกันชนและพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
(1) มีช่องทางการรับแจ้งการแพร่ระบาดไม่น้อยกว่า 1 ช่องทาง
(2) เฝ้าระวังและป้องกันแหล่งน้ำที่ยังไม่พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำไม่น้อยกว่า 4 จังหวัด
- งบประมาณ 10 ล้านบาท
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมประมง สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยประมงในพื้นที่และด่านตรวจสัตว์น้ำ
มาตรการที่ 5 สร้างความรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ ความตระหนักให้กับทุกภาคส่วนเพื่อเป็นการป้องกันและพร้อมรับมือการแพร่ระบาด และข้อมูลด้านกฎหมาย
- มีสื่อประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ คู่มือประชาชน และคู่มือเจ้าหน้าที่เพื่อใช้รับมือปลาหมอคางดำ
- งบประมาณ 10 ล้านบาท
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมประมง สำนักงานประมงจังหวัด ศูนย์วิจัยประมงในพื้นที่และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
มาตรการที่ 6 การพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ
• วัตถุประสงค์
(1) พัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
(2) นำองค์ความรู้ไปจัดทำมาตรการในการแก้ไขปัญหา
• ตัวชี้วัด
(1) บทความวิจัยฉบับสมบูรณ์เผยแพร่เป็นองค์ความรู้ในการจัดการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ
(2) ระบบสารสนเทศที่สามารถวิเคราะห์ผลเชิงพื้นที่แบบเวลาจริง (Real Time )
(3) ระบบการจัดเก็บตัวอย่างสามารถใช้อ้างอิงประชาชนเป็นมาตรฐานสากล
- งบประมาณ 100 ล้านบาท
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมประมง
มาตรการที่ 7 การฟื้นฟูระบบนิเวศ
• ฟื้นฟูความหลากหลายและความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ
(1) จำนวนสัตว์น้ำประจำถิ่นที่ปล่อยลงในแหล่งน้ำไม่น้อยกว่า 5 ล้านตัว
(2) แหล่งอาศัยของสัตว์น้ำประจำถิ่นได้รับการฟื้นฟูไม่น้อยกว่า 16 แห่ง
- งบประมาณ 100 ล้านบาท
- หน่วยงานที่รับผิดชอบ: กรมประมง
ประโยชน์และผลกระทบ​
(1) ลดผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
(2) รักษาความหลากหลายทางชีวภาพระบบนิเวศในแหล่งน้ำธรรมชาติ
(3) ฟื้นฟูและปกป้องชนิดพันธุ์สัตว์น้ำพื้นเมืองให้กลับมาดังเดิม
รัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563 เรื่อง แนวทางจัดทำแผนระดับที่ 3 ที่เป็นแผนปฏิบัติการด้าน .... เพื่อให้สามารถนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้โดยเร็วต่อไป สำหรับค่าใช้จ่ายตามแผนปฏิบัติการดังกล่าวจำนวน 450 ล้านบาทถ้วน เห็นควรให้กรมประมงใช้จ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับการจัดสรร หรือพิจารณาปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ หรือโอนเงินจัดสรร หรือเปลี่ยนแปลงเงินจัดสรรแล้วแต่กรณี ตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2562 มาดำเนินการในโอกาสแรก ทั้งนี้ หากพิจารณาแล้วยังคงมีความจำเป็นต้องขอใช้งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ขอให้กรมประมงจัดทำแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการบริหารงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น พ.ศ. 2562 และขอให้จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ โดยคำนึงถึงความจำเป็น เหมาะสม ประหยัดและคุ้มค่า เพื่อเสนอขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามความจำเป็นและเหมาะสมตามขั้นตอนต่อไป
สถานการณ์แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำปัจจุบัน
วันที่ 16 สิงหาคม 2567 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดสัตว์น้ำที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง พ.ศ. 2567 เพื่อประโยชน์ในการป้องกันอันตรายมิให้เกิดแก่สัตว์น้ำและระบบนิเวศ จึงสมควรกำหนดชนิดสัตว์น้ำบางชนิดที่ห้ามมีไว้ในครอบครอง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 65 วรรคหนึ่งแห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดการประมง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 ดังนี้
ข้อ 1 ห้ามมิให้บุคคลใด มีไว้ในครอบครองปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) มีชีวิตและที่ไม่มีชีวิต นอกพื้นที่การแพร่ระบาดตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 2 การกำหนดการเคลื่อนย้ายปลาหมอสีคางดำหรือปลาหมอคางดำที่ไม่มีชีวิต ที่มีการแช่เย็นด้วยน้ำแข็ง ซึ่งมีภาชนะบรรจุมิดชิด, ลักษณะที่มีการแปรรูปเบื้องต้นแล้ว เช่น การตัดหัว ควักไส้ แล่เป็นชิ้น หมักเกลือ, หรือแปรรูปเป็นปลาป่น ต้องเคลื่อนย้ายแบบแห้ง และอยู่ในภาชนะบรรจุมิดชิด เป็นต้น
การกำหนดเขตพื้นที่การแพร่ระบาด "ปลาหมอคางดำ"
พื้นที่ที่พบปลาหมอคางดำแพร่ระบาด ได้แก่ 1. จันทบุรี 2. ระยอง 3. ฉะเชิงเทรา 4. สมุทรปราการ 5. นนทบุรี 6. กรุงเทพมหานคร
7.นครปฐม 8. ราชบุรี 9. สมุทรสาคร 10. สมุทรสงคราม 11. เพชรบุรี
12. ประจวบคีรีขันธ์ 13. ชุมพร 14. สุราษฎร์ธานี 15. นครศรีธรรมราช 16. สงขลา 17. ชลบุรี 18. พัทลุง และ 19. ปราจีนบุรี
การควบคุม - กำจัดและรับซื้อในปัจจุบัน
• กรมประมงร่วมกับการยางแห่งประเทศไทยได้มีการจัดตั้งจุดรับซื้อ ในราคากิโลกรัมละ 15 บาท ค่ารวบรวมที่จุดรับซื้อ 5 บาท/กิโลกรัม
• ส่งมอบให้สถานีพัฒนาที่ดินผลิตเป็นน้ำหมักชีวภาพ และการยางแห่งประเทศไทย ในโครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง
• เปิดจุดรับซื้อปลาหมอคางดำเป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 - 31 สิงหาคม 2567 มีเป้าหมายการรับซื้อปลาหมอคางดำเพื่อผลิตน้ำหมักชีวภาพ จำนวน 600,000 กิโลกรัม จนถึงวันที่ 19 สิงหาคม 2567 มีปริมาณรวมทั้งสิ้น 538,523 กิโลกรัม คงเหลือที่จะรับซื้อได้อีก 61,477 กิโลกรัม โดยได้จัดสรรโควต้า ที่เหลือทั้งหมดให้แต่ละจังหวัดไปแล้ว
• เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาช่องว่างของการจับปลาหมอคางดำ กรมประมงขอประชาสัมพันธ์ชี้แจง เรื่องชะลอการรับซื้อปลาหมอคางดำ ตามโครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพฯ ขอให้ประชาชน ชาวประมงผู้จับปลา และเกษตรกรที่ประสงค์จะจำหน่ายปลา ประสานกับสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถบริหารจัดการผลผลิตปลาที่จับได้อย่างลงตัวควบคู่ไปกับปริมาณโควต้าที่เหลือของแต่ละจังหวัด
• การจับปลาที่ค้างในบ่อของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพฯ เกษตรกรสามารถนำปลาหมอคางดำไปจำหน่ายได้โดยตรงที่ บริษัท ศิริแสงอารำพี จำกัด จังหวัดสมุทรสาคร ในราคา 15 บาทต่อกิโลกรัม ปริมาณการรับซื้อ 25,000 กิโลกรัม/วัน
• จังหวัดอื่นที่มีการระบาด กรมประมงกำลังดำเนินการจัดสรรงบประมาณเหลือจ่ายเพื่อจัดซื้อปลาหมอคางดำเฉพาะที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติเท่านั้น จะสามารถดำเนินการจัดซื้อได้ภายในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป
• กรมประมงได้เสนอโครงการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติต่อครม. เพื่อขอความเห็นชอบ พร้อมทั้งเสนอของบกลางเพื่อใช้ในการดำเนินการตามมาตรการที่ 1 เป็นการเร่งด่วน และหากมีผลความคืบหน้า จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบต่อไป
การแก้ปัญหาปลาหมอคางดำระยะยาว
1. กรมประมงได้เตรียมร่างกฎหมายลำดับรองโดยอาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการประมง ปี 2558 ในการควบคุมดูแลสัตว์น้ำต่างถิ่น โดยจะขึ้นบัญชีปลาหมอสีคางดำห้ามนำเข้าโดยเด็ดขาด สำหรับสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดอื่น ๆ หากจะนำเข้ามาในประเทศก็จะต้องพิจารณารายชนิดไป
- บทลงโทษถ้ามีการประกาศกฎหมายบังคับใช้ หากพบผู้ใดกระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำผิดนำสัตว์น้ำไปปล่อยในที่จับสัตว์น้ำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
​2. กรมประมงมอบหมายให้ทางสำนักงานประมงจังหวัดทุกจังหวัดได้ประชาสัมพันธ์ถึงผลเสียจากการแพร่ระบาดของสัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกรานสัตว์น้ำพื้นถิ่นและรณรงค์ให้ประชาชนชาวไทยที่นิยมปล่อยปลาทำบุญเนื่องในโอกาสต่าง ๆ ให้หันมาปล่อยปลาสายพันธุ์ไทยแท้เพื่อช่วยรักษาสมดุลให้กับระบบนิเวศ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar