ฟังวิทยุออนไลน์

ครม.เห็นชอบการรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมของการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง และปฏิญญาร่วมอาเซียน-ซีมีโอ รวม 4 ฉบับ

ารประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน
การประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน คือ การประชุมระดับรัฐมนตรีเฉพาะสาขา ในด้านการศึกษา โดยสาขาการศึกษาอยู่ภายใต้ เสาประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน จัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ 2 ปี
ผู้เข้าร่วมการประชุม คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจากประเทศสมาชิกอาเซียน
(18 มกราคม 2566) คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 12 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 11-14 ตุลาคม 2565โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมฯ ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติ (11 ตุลาคม 2565) เห็นชอบร่างแถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับ ได้แก่
(1) ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษา ครั้งที่ 12
(2) ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 6 (กลุ่มอาเซียนบวกสาม ประกอบด้วย 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐเกาหลี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความร่วมมือของกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจขนาดใหญ่อีก 3 ประเทศ ซึ่งรวมกัน เรียกว่า ชุมชนเอเชียตะวันออก และมีข้อตกลงกันเพื่อความร่วมมือในด้านต่าง ๆ 5 ด้าน ดังนี้
1. ด้านการเมืองและความมั่นคง
2. ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงิน
3. ด้านพลังงาน
4. ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศโลก
5. ด้านสังคมและวัฒนธรรม
(3) ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกด้านการศึกษา ครั้งที่ 6 (การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (East Asia Summit: EAS) เป็นข้อริเริ่มที่ต่อยอดจากอาเซียนบวกสาม โดยเห็นว่าควรเปิดกว้าง ให้ประเทศคู่เจรจาที่อยู่นอกกลุ่มอาเซียนบวกสามเข้าร่วมด้วย ปัจจุบันมีประเทศที่เข้าร่วมใน EAS จำนวน 18 ประเทศ ได้แก่ อาเซียน 10 ประเทศ เครือรัฐออสเตรเลีย สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ราชอาณาจักรนิวซีแลนด์ สหพันธรัฐรัสเชีย และสหรัฐอเมริกา)
ผลการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 12 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. ที่ประชุมฯ ได้มีการหารือเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในกรอบอาเซียน อาเซียนบวกสาม และอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของการศึกษา เนื่องจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ทำให้มีการใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียนโดยเห็นว่าในอนาคตเทคโนโลยีจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศ
3. ที่ประชุมฯ ได้รับรองเอกสารผลลัพธ์การประชุมฯ สนับสนุนบทบาทของอาเซียนบวกสามในการแก้ไขปัญหาวิกฤตการเรียนรู้ รวมทั้งความจำเป็นในการเร่งฟื้นฟูการเรียนและสร้างความยืดหยุ่นในการศึกษาภายหลังโควิด-19 และความก้าวหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการอาเซียนบวกสาม ปี พ.ศ. 2561 – 2568 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
(1) ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 12 รับทราบวิกฤตการเรียนรู้และผลกระทบต่อนักเรียนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและขอให้อาเซียนเพิ่มความพยายามและจัดการกับวิกฤตด้วยแนวทางที่ครอบคลุมและยั่งยืน เช่น การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของระบบการศึกษาในอาเซียน และการส่งเสริมประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการศึกษา
(2) ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 6 รับทราบการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิก EAS ในการดำเนินงานร่วมกันด้านการศึกษา แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาอาเซียน-รัสเซีย พ.ศ. 2565 – 2569 การเปิดตัวโครงการแลกเปลี่ยนเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน-อินเดีย และความมุ่งมั่นในการบรรลุวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษา
(3) ร่างแถลงการณ์ร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกด้านการศึกษา ครั้งที่ 6 รับทราบการมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิก EAS ในการดำเนินงานร่วมกันด้านการศึกษา แผนปฏิบัติการด้านการศึกษาอาเซียน-รัสเซีย พ.ศ. 2565 – 2569 การเปิดตัวโครงการแลกเปลี่ยนเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน-อินเดีย และความมุ่งมั่นในการบรรลุวาระการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษา
4. ที่ประชุมฯ ได้รับทราบเอกสาร “แนวทางการเปิดเรียน ฟื้นฟูและปรับตัวด้านการศึกษาของประเทศสมาชิกอาเซียน” และปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของระบบการศึกษาในอาเซียน
(ได้มีการนำเสนอต่อที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 40 และ 41 ในระหว่างวันที่ 10 – 13 พฤศจิกายน 2565 ด้วยแล้ว) โดยปฏิญญาฯ
มีสาระสำคัญ เช่น การเข้าถึงการศึกษาและการมีส่วนร่วมในการศึกษาของประชากรชายขอบผ่านการเรียนทางไกลและการเรียนออนไลน์โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย ทั่วถึง และเท่าเทียมสำหรับประชาชนในภูมิภาคอาเซียนและการขยายโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตและโครงสร้างพื้นฐานทางไฟฟ้าเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เรียนทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ดิจิทัล)
5. การเป็นประธานการประชุมด้านการศึกษาอาเซียน ระหว่างปี พ.ศ. 2567 – 2568 ซึ่งประเทศไทยรับเป็นประธานการประชุมด้านการศึกษาอาเซียนฯ โดยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษา ของอาเซียนครั้งที่ 19 การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 14 การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาในกรอบสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 9 รวมถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 การประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 7 และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกด้านการศึกษา ครั้งที่ 7 ในปี พ.ศ. 2567 ในหัวข้อ“Transforming Education to fit in the Digital Era (พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล)”
6. การเจรจาหารือความร่วมมือทวิภาคีระหว่างไทยและสิงคโปร์ โดยสิงคโปร์ให้ความสำคัญในเรื่องระบบการศึกษาของไทย โดยเฉพาะกระบวนการผลิตครู การฝึกอบรมครู การจัดสวัสดิการของครู การสับเปลี่ยนหรือเคลื่อนย้ายครู และการก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหาร (ครูใหญ่) นอกจากนี้ สิงคโปร์ต้องการดำเนินการแลกเปลี่ยนกับไทยในทุกระดับ ได้แก่ โรงเรียน ครูผู้สอน ผู้บริการสถานศึกษา มหาวิทยาลัย เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกันมากขึ้น ซึ่งไทยได้ให้ความสำคัญกับการใช้และออกแบบแพลตฟอร์มการเรียนเพื่อช่วยลดช่องว่างด้านการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กที่อยู่ห่างไกล และให้ความสำคัญกับเรื่องการจัดการฝึกอบรมให้แก่ครูไทย โดยเฉพาะการจัดการอบรมให้แก่ครูอาชีวศึกษาในสาขาอุตสาหกรรมการบินและอุตสาหกรรมการเกษตรสมัยใหม่
การประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง และปฏิญญาร่วมอาเซียน-ซีมีโอ
(20 สิงหาคม 2567) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบร่างถ้อยแถลงร่วมของการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (ร่างถ้อยแถลงร่วมฯ) จำนวน 3 ฉบับ และปฏิญญาร่วมว่าด้วยพื้นที่ร่วมด้านอุดมศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Joint Declaration on the Common Space in Southeast Asian Higher Education) (ปฏิญญาร่วมฯ) จำนวน 1 ฉบับ ได้แก่
1.1 ร่างเอกสารถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์ของการประชุมรัฐมนตรี ด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 (Buriram Joint Statement of the Thirteenth ASEAN Education Ministers Meeting)
1.2 ร่างเอกสารถ้อยแถลงร่วมของการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 7 (Joint Statement of the Seventh ASEAN Plus Three Education Ministers Meeting)
1.3 ร่างเอกสารถ้อยแถลงร่วมของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก
ด้านการศึกษา ครั้งที่ 7 (Joint Statement of the Seventh East Asia Summit Education Ministers Meeting)
1.4 ปฏิญญาร่วมว่าด้วยพื้นที่ร่วมด้านอุดมศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2. หากมีความจำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงร่างถ้อยแถลงร่วมฯ และปฏิญญาร่วมฯ ที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของประเทศไทย ให้กระทรวงศึกษาธิการสามารถดำเนินการได้โดยให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบภายหลัง
3. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้แทนให้ความเห็นชอบ และรับรองร่างถ้อยแถลงร่วมฯ จำนวน 3 ฉบับ และปฏิญญาร่วมฯ จำนวน 1 ฉบับ ในการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 และการประชุมที่เกี่ยวข้องในช่วงการประชุมระดับรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 25 - 26 สิงหาคม 2567
4. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหรือผู้แทนให้ความเห็นชอบ และรับรองปฏิญญาร่วมฯ จำนวน 1 ฉบับ ในการประชุมสภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (สภาซีเมค) ครั้งที่ 53 ที่จะจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2568
5. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะประธานคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน หรือผู้แทนที่ได้รับมอบหมาย ร่วมรับรองเอกสารร่างถ้อยแถลงร่วมฯ และปฏิญญาร่วมฯ รวม 4 ฉบับ ในการประชุมคณะมนตรีประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน ในเดือนกันยายน 2567
6. อนุมัติให้นายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายรับรองเอกสารร่างถ้อยแถลงร่วมฯ และปฏิญญาร่วมฯ รวม 4 ฉบับ ร่วมกับผู้นำประเทศสมาชิกอาเซียนในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 44 ในเดือนตุลาคม 2567
สาระสำคัญของการประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง และปฏิญญาร่วมอาเซียน-ซีมีโอ
1. กระทรวงศึกษาธิการ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ระหว่างวันที่ 23 – 26 สิงหาคม 2567 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทำหน้าที่ประธานและหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ในการประชุม
โดยจะแบ่งการประชุมเป็น 2 ระดับ ได้แก่ 1) การประชุมระดับรัฐมนตรี และ 2) การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส หรือระดับปลัดกระทรวง รวม 6 คณะ ดังนี้
1) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาของอาเซียน ครั้งที่ 19 (19th ASEAN Senior Officials Meeting on Education: SOM-ED) ในวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม 2567
2) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาอาเซียนบวกสาม
ครั้งที่ 14 (14th ASEAN Plus Three Senior Officials Meeting on Education: APT SOMED) อาเซียน 10 ประเทศ บวกสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น ในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567
3) การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการศึกษาในกรอบสุดยอดเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 9 (9th East Asia Summit Senior Officials Meeting on Education: EAS SOMED) อาเซียน 10 ประเทศ บวกสาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา ในวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567
4) การประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13 (13th ASEAN Education Ministers Meeting: ASED) ในวันอาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2567
5) การประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 7 (7th ASEAN Plus Three Education Ministers Meeting: APT EMM)
ในวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567
6) การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกด้านการศึกษา ครั้งที่ 7 (7th East Asia Summit Education Ministers Meeting: EAS EMM)
ในวันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567
นอกจากการประชุม จะมีกิจกรรมให้ผู้เข้าประชุมไปศึกษาดูงานในสถานศึกษา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การศึกษาทั้งในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวศึกษา ที่เกี่ยวกับ Active Learning ทักษะชีวิต ผลิตนวัตกรรม นำเทคโนโลยี AI ประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน สอดคล้องตามนโยบาย เรียนดีมีความสุข ของกระทรวงศึกษาธิการ รวมทั้งการเยี่ยมชม แหล่งเรียนรู้ด้านวัฒนธรรม วิถีชีวิตในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีคำขวัญว่า “เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม เลิศล้ำเมืองกีฬา”
โดยสำนักเลขาธิการอาเซียนได้จัดส่งเอกสารร่างถ้อยแถลงร่วมฯ จำนวน 3 ฉบับ ให้ประเทศสมาชิกพิจารณาเพื่อจะนำเสนอต่อที่ประชุมฯ รวมทั้งจะมีการเสนอปฏิญญาร่วมฯ ที่จัดทำขึ้นร่วมกันระหว่างอาเซียน-ซีมีโอ (องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asian Ministers of Education Organization : SEAMEO) จำนวน 1 ฉบับ ต่อที่ประชุมฯ และที่ประชุมสภาซีเมค (สภารัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ครั้งที่ 53 ในปี 2568 ต่อไป
2. เอกสารร่างถ้อยแถลงร่วมฯ และปฏิญญาร่วมฯ รวม 4 ฉบับ
มีสาระสำคัญ ดังนี้
(1) ร่างถ้อยแถลงร่วมบุรีรัมย์การประชุมรัฐมนตรีด้านการศึกษาอาเซียน ครั้งที่ 13
​ (1.1) สมาชิกอาเซียนพร้อมดำเนินงานตามวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน 2025 และเน้นย้ำบทบาทสำคัญของการศึกษาในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
(1.2) สนับสนุนประเด็นสำคัญของประเทศไทย ภายใต้หัวข้อ “พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล” รวมถึงสนับสนุนให้มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกันและฟื้นฟูการดำเนินโครงการต่าง ๆ ในระดับภูมิภาค เช่น โครงการแลกเปลี่ยนนักเรียนในภูมิภาค
(1.3) ขอบคุณสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในการจัดการประชุมว่าด้วยการเข้าถึงการพัฒนาและการดูแลเด็กปฐมวัยอย่างเท่าเทียมในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญในการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของเยาวชน และความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการบูรณาการการดูแลเด็กปฐมวัยและการให้บริการด้านการศึกษา
(1.4) ชื่นชมประเทศไทยที่เน้นย้ำนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” เพื่อจัดการกับความท้าทายของครู บุคลากรทางการศึกษา นักเรียน และผู้ปกครอง ที่ต้องเผชิญกับปัญหาต่าง ๆ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพ และความเป็นอยู่ของครูและนักเรียนให้ดีขึ้น
(1.5) ตระหนักถึงการดำเนินการตาม “ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ที่ตกหล่นของอาเซียน” ในการให้โอกาสการเข้าถึงการศึกษาของเด็กทุกคน พร้อมดำเนินงานตาม “ปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลของระบบการศึกษาในอาเซียน”
(1.6) ตระหนักถึงประเด็นความท้าทายต่าง ๆ ของโลก ทำให้ต้องมีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อให้พร้อมรับกับงานในอนาคต
(1.7) ขอบคุณความร่วมมือของภาคีเครือข่าย อาทิ ซีมิโอ ยูนิเซฟ ยูเนสโก และภาคีเครือข่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(2) ร่างถ้อยแถลงร่วมการประชุมรัฐมนตรีศึกษาอาเซียนบวกสาม ครั้งที่ 7
(2.1) สนับสนุนประเด็นสำคัญของประเทศไทย เรื่อง “พลิกโฉมการศึกษาสู่ยุคดิจิทัล” เพื่อช่วยส่งเสริมให้เด็กกลุ่มเปราะบางสามารถเข้าถึงการศึกษาได้
(2.2) ขอบคุณความร่วมมือที่เข้มแข็งของประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม และการดำเนินโครงการต่าง ๆ ตามแผนงานด้านการศึกษาอาเซียนบวกสาม ปี 2561-2568 และแผนปฏิบัติการความร่วมมืออาเซียนบวกสาม ปี 2566-2570
(2.3) เห็นถึงความสำคัญของทุนการศึกษาและการแลกเปลี่ยนบุคลากร ที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยขอขอบคุณสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่เป็นผู้นำโครงการต่าง ๆ
(2.4) ขอบคุณสาธารณรัฐเกาหลี สำหรับการดำเนินงานภายใต้ข้อริเริ่มต่าง ๆ เช่น ASEAN Cyber University Talents
(3) ร่างถ้อยแถลงร่วมการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกด้านการศึกษา ครั้งที่ 7
(3.1) สนับสนุนความร่วมมือด้านการศึกษา 14 สาขา ภายใต้แผนปฏิบัติการมะนิลาเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามปฏิญญา
กรุงพนมเปญว่าด้วยข้อริเริ่ม ด้านการพัฒนาของการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (พ.ศ. 2561-2565) (แผนปฏิบัติการมะนิลาฯ) และหวังว่าจะได้ความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ในการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการของประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก พ.ศ. 2567-2571
(3.2) ตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดิจิทัลด้านการศึกษา การรู้เท่าทันสื่อ และจริยธรรมด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงการพัฒนาทักษะของเด็กและเยาวชน
(3.3) ตระหนักถึงความสำคัญของการเคลื่อนย้ายนักศึกษาและขอบคุณการสนับสนุนของประเทศสมาชิกของการประชุมเอเชียตะวันออก (East Asia Summit : EAS)
(3.4) ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินโครงการ/กิจกรรมตามแผนปฏิบัติการประชุมสุดยอดอาเซียน ค.ศ. 2024-2028 และแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียน (ค.ศ. 2021-2025)
(3.5) ตระหนักถึงความสำคัญของความร่วมมือของประเทศสมาชิกของ EAS ในการดำเนินการเพื่อให้เกิดคุณภาพด้านการศึกษาในระดับปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา
(4) ปฏิญญาร่วมว่าด้วยพื้นที่ร่วมด้านอุดมศึกษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการอุดมศึกษาระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนและซีมีโอ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
(4.1) ตระหนักถึงความร่วมมือด้านการศึกษาและการวิจัยในภูมิภาค ผ่านแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียน ค.ศ. 2021-2025 และประเด็นสำคัญด้านการศึกษาของซีมีโอ
(4.2) ตระหนักถึงพื้นที่การศึกษาร่วมกันในระดับอุดมศึกษาในภูมิภาค
(4.3) ยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษาในประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศสมาชิกซีมีโอ
(4.4) พัฒนาการเคลื่อนย้ายทางวิชาการในระดับอุดมศึกษาผ่านข้อริเริ่มต่าง ๆ
(4.5) ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของนักศึกษา นักวิชาการ และผู้เรียนรู้ตลอดชีวิต
ทั้งนี้ จะมีการจัดเตรียมแพลตฟอร์มสำหรับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดและสนับสนุนค่านิยมและเป้าหมายร่วมกัน เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา และยกระดับคุณภาพการอุดมศึกษาของภูมิภาค รวมทั้งใช้ประโยชน์จากกลไกที่มีอยู่และองค์การระหว่างประเทศที่สำคัญทั้งในระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติเพื่อให้ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
การประชุมฯ ครั้งนี้ มีความสำคัญที่สุดในด้านการศึกษากับอาเซียน เนื่องจากเป็นการประชุมระดับผู้นำด้านการศึกษาของประเทศสมาชิกและคู่เจรจาทั้ง 8 ประเทศ และเป็นกลไกหลักในการตัดสินใจในด้านความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ตามแผนงานด้านการศึกษาของอาเซียน โดยเอกสารทั้ง 4 ฉบับ จะเป็นข้อตกลงร่วมกันของประเทศสมาชิกและคู่เจรจาที่กำหนดทิศทางในการพัฒนาด้านการศึกษาและแนวทางความร่วมมือทั้งในภูมิภาคและนอกภูมิภาค
ประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได้รับจากการประชุมครั้งนี้
➢ การเตรียมความพร้อมทรัพยากรมนุษย์ให้พร้อมสำหรับโลกแห่งการทำงานที่เปลี่ยนแปลงจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
➢ การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์และเศรษฐกิจสีเขียว
➢ การพัฒนาทักษะใหม่และการยกระดับทักษะเพื่อให้แรงงานยังคงมีความสามารถในการปรับตัวยืดหยุ่นและแข่งขันได้
➢ การส่งเสริมบทบาทและภาพลักษณ์ของประเทศไทยกับอาเซียนและประเทศคู่เจรจา
➢ การสนับสนุนการศึกษาตลอดชีวิตตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
➢ ผนึกพลังของผู้นำด้านการศึกษาและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากทั่วภูมิภาคอาเซียนเพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางและพลิกโฉมการศึกษาในยุคดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จพร้อมสู่อนาคตที่ยั่งยืนตลอดไป

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar