(8 ต.ค. 67) ครม. เห็นชอบการทบทวนหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 ตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เสนอ ซึ่งสาระสำคัญเป็นการเป็นปรับปรุงหลักเกณฑ์ เงื่อนไขฯ เดิมที่ ครม. เคยมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 67 เพื่อให้ผู้ประสบภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว เหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติโดยเร็ว จึงต้องมีการทบทวนหลักเกณฑ์การจ่ายเงินดังกล่าว โดยเปลี่ยนเป็นการช่วยเหลืออัตราเดียวครัวเรือนละ 9,000 บาท ภายใต้กรอบวงเงินเดิม จำนวน 3,045 ล้านบาท
หลักเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย “เดิม”
1. กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันตั้งแต่ 1 วัน (24 ชั่วโมง) แต่ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังเกินกว่า 7 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 5,000 บาท
2. กรณีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 7,000 บาท
3. กรณีมีที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 60 วัน ขึ้นไป ให้ความช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท
ครม. ไฟเขียวปรับหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือแบบเหมาจ่าย อัตราเดียวครัวเรือนละ 9,000 บาท
• กรณีที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ดินถล่ม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หรือที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขัง ติดต่อกันเกินกว่า 7 วัน ให้ความช่วยเหลืออัตราเดียว ครัวเรือนละ 9,000 บาท
• สำหรับผู้ประสบภัยได้รับเงินช่วยเหลือตามมติคณะรัฐมนตรีฯ เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 67 ไปแล้ว ให้จ่ายเงินช่วยเหลือฯ เพิ่มเติมให้ครบ จำนวนเงิน 9,000 บาท
• กรณีผู้ประสบภัยที่ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือฯ ให้จ่ายเงินช่วยเหลือฯ ตามหลักเกณฑ์ และอัตราการจ่ายเงินฯ ครั้งใหม่
ผลการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย
สำหรับผลการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2567 ตามมติครม.
เมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา พบว่า (ข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2567 เวลา 16.30 น.) มีประชาชนยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือฯ ในพื้นที่ 50 จังหวัด จำนวน 63,296 ครัวเรือน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ส่งบัญชีรายชื่อครัวเรือนที่ขอรับความช่วยเหลือให้ธนาคารออมสินและได้โอนจ่ายเงินให้แก่ผู้ประสบภัย ในพื้นที่ จ.เชียงราย และจ.เชียงใหม่แล้ว รวมจำนวน 6,363 ครัวเรือน เป็นเงิน 31,857,000 บาท
ล่าสุด (8 ต.ค. 67) ปภ. ได้ส่งบัญชีรายชื่อครัวเรือนที่ขอรับความช่วยเหลือให้ธนาคารออมสินแล้ว 18,897 ครัวเรือน และธนาคารออมสินโอนเงินเข้าบัญชีผู้ประสบภัยสำเร็จ (8 ต.ค. 67) 9,756 ครัวเรือน
รวมเป็นจำนวนเงินกว่า 48,832,000 บาท และในวันที่ 9 ต.ค. 67 จะโอนเพิ่มอีก 7,919 ครัวเรือน (ครั้งที่ 6 ของจ. เชียงราย) พร้อมทั้งจะเร่งดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใหม่ที่ครม. เห็นชอบ โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยในอัตราเท่ากันที่ 9,000 บาท สำหรับผู้ประสบภัยที่ได้รับเงินช่วยเหลือไปแล้ว ปภ. จะดำเนินการโอนเพิ่มอย่างเร็วที่สุด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบบัญชีผู้ประสบภัยในขั้นสุดท้าย
ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งในส่วนของหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ขั้นตอน และระยะเวลาการดำเนินงาน รวมไปถึงการกรอกข้อมูลยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถดำเนินการยื่นคำร้องได้อย่างถูกต้องและได้รับเงินช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ได้ที่กองช่วยเหลือผู้ประสบภัย ปภ. หมายเลขโทรศัพท์ 0-2637-3508 - 10,12 หรือ 089-600-6777 และ 084-874-7387 และหากต้องการสอบถามเรื่องการยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือผ่านระบบออนไลน์
https://flood67.disaster.go.th
ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน 57 จังหวัด ตามประกาศ ปภ. ครอบคลุมกว่า 3 แสนครัวเรือน
สำหรับขอบเขตพื้นที่ให้การช่วยเหลือนั้นยังคงเดิมคือ จังหวัดที่มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ/ พื้นที่ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย/พื้นที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน จำนวน
57 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชัยภูมิ ชลบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตราด ตาก นนทบุรี นครนายก นครปฐม นครพนม นครสวรรค์ นครราชสีมา นครศรีธรรมราช น่าน บึงกาฬ ปราจีนบุรี พระนครศรีอยธยา พังงา พะเยา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ยะลา ระยอง ราชบุรี ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย ศรีสะเกษ สกลนคร สตูล สระแก้ว สระบุรี สุโขทัย สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อุทัยธานี อุดรธานี อุตรดิตถ์ และอุบลราชธานี ครอบคลุมครัวเรือนผู้ประสบภัย จำนวน 338,391 ครัวเรือน
กรมบัญชีกลาง อนุมัติการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าล้างโคลนและดิน อัตรา 10,000 บาทต่อหลัง
(8 ต.ค. 67) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ได้รายงานให้ ครม. ทราบว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้รับการอนุมัติจากกรมบัญชีกลาง ให้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าล้างโคลนและดิน สำหรับผู้ที่ประสบอุทกภัย ในอัตรา 10,000 บาทต่อหลัง (คนละส่วนกับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในฤดูฝน 67) โดยเรื่องนี้ ไม่ต้องผ่านการอนุมัติจาก ครม. เป็นเพียงการแจ้งให้ทราบ เนื่องจาก เป็นการใช้งบประมาณจากเงินทดรองราชการที่อยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดพื้นที่ประสบภัย และมีดินโคลนทับถมบ้านเรือนประชาชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของจังหวัดเชียงราย โดยหลังจากนี้ ปภ. จะไปสำรวจการล้างโคลนและดินในพื้นที่ จ.เชียงรายต่อไป ทั้งนี้ บ้านเรือนที่จะได้รับเงินเงินช่วยเหลือส่วนนี้นั้น จะต้องเป็นส่วนที่ประชาชนมีภาระทำความสะอาดเองหรือมีการจ้างทำ ไม่ได้เป็นกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานใดเข้าไปช่วยเหลือล้างโคลนให้แล้ว