
(8 ต.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการและร่วมการหารือเต็มคณะกับนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป. ลาว) โดยมีนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายพรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วม โดยนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้
นายกฯ ขอบคุณสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ซึ่งไทยและ สปป. ลาว เป็นเพื่อนบ้านที่มีความเชื่อมโยงผูกพันและร่วมมือใกล้ชิด และขอขอบคุณสปป. ลาว ที่ถวายการรับเสด็จฯ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา และในปีหน้า ทั้งสองประเทศจะมีการจัดกิจกรรมครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต โดยเน้นการมีส่วนร่วมในระดับประชาชนและท้องถิ่นให้มากที่สุด ก่อนหารือในประเด็นที่สนใจร่วมกัน โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและปัญหาข้ามแดนที่สำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ (1) ยาเสพติด (2) Online Scams (3) การค้ามนุษย์ (4) หมอกควันข้ามแดน และ (5) การบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขง
(1) ยาเสพติด หน่วยงานไทยและ สปป. ลาว ได้ร่วมกันจัดทำกรอบแนวทางเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาตามชายแดน เป็นผลจากการหารือทางโทรศัพท์ระหว่างอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน กับนายกฯ สอนไซ ซึ่งเสนอจัดการประชุมระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดกับเจ้าแขวงชายแดน และหน่วยงานในพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศในต้นปีหน้า เพื่อติดตามและขับเคลื่อนการดำเนินการตามกรอบ
(2) Online Scams (การหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต) ไทยและลาวจริงจังและให้ความสำคัญในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม online scams ขอให้ไทย-สปป. ลาว เร่งรัดการจัดตั้งคณะทำงานปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และ online scams ตามแนวชายแดนไทย-สปป. ลาว ให้มีการประชุมอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาให้คืบหน้าเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
(3) ปัญหาการค้ามนุษย์ ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหา Online Scams เห็นควรให้ขยายผลเพื่อจับกุมและดำเนินคดีกับกลุ่มอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลัง ช่วยเหลือและส่งกลับผู้ที่ถูกหลอกลวงไปทำงานแล้ว และให้ผู้แทนตำรวจระดับสูงของไทยและลาวมีการหารือเพื่อนำไปสู่การปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาดโดยเร็ว
(4) หมอกควันข้ามแดน โดยในเดือน ต.ค. นี้จะมีการเปิดตัวแผนปฏิบัติการภายใต้ CLEAR Sky Strategy ระหว่างไทย สปป. ลาว และเมียนมา ในระยะต่อไปขอให้มีการเชื่อมโยง Database และ Early Warning System เกี่ยวกับคุณภาพและสภาพภูมิอากาศของไทย สปป.ลาว และประเทศในภูมิภาคเข้าด้วยกัน
(5) การบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำโขง ผู้นำทั้งสองได้ลงนาม MOU ด้านการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการระหว่างกัน และจะใช้ประโยชน์จากกรอบความร่วมมือต่าง ๆ ในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
ร่วมมือด้านเศรษฐกิจการค้าการลงทุน
ไทยและ สปป. ลาว จะเพิ่มพูนความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงระหว่างกัน โดยเฉพาะการค้าการลงทุน เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนโดยเฉพาะสองฝั่งแม่น้ำโขง รวมทั้งความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว ไทยพร้อมพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์และระบบสาธารณสุขในลาว ภายใต้แผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไทย-ลาว ระยะ 3 ปี (ค.ศ. 2022-2025) สำหรับความร่วมมือด้านแรงงาน นายกฯ ยืนยันไทยต้องการให้แรงงานต่างชาติทุกคนได้เข้าถึงสิทธิและบริการต่าง ๆ ในระหว่างที่ทำงานในไทย ขอให้ไทยและ สปป. ลาว ร่วมกันส่งเสริมให้แรงงานลาวเข้ามาทำงานในไทยโดยผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง พร้อมฝาก สปป. ลาว ดูแลคนไทย และการลงทุนของไทยใน สปป. ลาว ด้วย
โอกาสนี้ นายกฯ ชื่นชม สปป. ลาว ในฐานะประธานอาเซียน สำหรับบทบาทที่แข็งขันเกี่ยวกับเมียนมา ไทยในฐานะเพื่อนบ้านของเมียนมาจะร่วมมือกับอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้านของเมียนมา โดยเฉพาะลาว จีน และอินเดีย เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์ในเมียนมาโดยเร็ว พร้อมทั้งแสดงความยินดีต่อความสำเร็จในการทำหน้าที่ประธานอาเซียนในปีนี้
ไทย-ลาว ลงนาม MOU 6 ฉบับ
ผู้นำทั้งสองร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและ สปป. ลาว จำนวน 6 ฉบับ และการส่งมอบผลการศึกษาและรายละเอียดการออกแบบโครงการก่อสร้างสะพานข้ามน้ำโขงเชียงแมน-หลวงพระบาง ดังนี้
1. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ
2. บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองมิตรภาพ จังหวัดขอนแก่นกับนครหลวงเวียงจันทน์
3. บันทึกความเข้าใจด้านความร่วมมือในการบริหารทรัพยากรบุคคล
4. บันทึกความเข้าใจระหว่างกรมการค้าภายในกับกรมมาตรฐานและวัดแทก
5. บันทึกการดำเนินการด้านเทคนิคสำหรับการขนส่งสินค้าทางรถไฟ
6. หนังสือแสดงเจตจำนง ระหว่างกรมทางหลวงและกรมขัวทาง
นายกฯ พบหารือผู้นำ สปป. ลาว
15.50 น. นายกฯ เข้าเยี่ยมคารวะนายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ สปป. ลาว ในห้วงการเยือน สปป. ลาว อย่างเป็นทางการในลักษณะต่อเนื่อง (back-to-back) กับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 44 และ 45 และการประชุมสุดยอดที่เกี่ยวข้อง
16.30 น. นายกฯ หารือกับนายไซสมพอน พมวิหาน ประธานสภาแห่งชาติสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยนายกฯ กล่าวยินดีที่ได้เยือน สปป. ลาว และเป็นประเทศแรกที่เดินทางเยือนอย่างเป็นทางการภายหลังเข้ารับตำแหน่ง สะท้อนความสำคัญของความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ใกล้ชิดและพร้อมที่จะผลักดันความร่วมมือไทย - สปป. ลาว ในด้านต่าง ๆ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
โอกาสนี้ นายกฯ แสดงความเสียใจและห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนลาวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายแขวง โดยได้แจ้งต่อประธานสภาแห่งชาติฯ ให้ทราบว่า รัฐบาลไทยได้บริจาคเงินจำนวน 2.9 ล้านบาท และภาคส่วนของไทยยังได้ให้ความช่วยเหลือ สปป. ลาว อีก 3.9 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูของ สปป. ลาว รวมถึงการให้การสนับสนุนงบประมาณจำนวน 2.1 ล้านบาท แก่สภาแห่งชาติ สปป. ลาว ในการเป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่สมัชชารัฐสภาอาเซียนครั้งที่ 45 ที่เวียงจันทน์ ในสัปดาห์หน้า
ประธานสภาแห่งชาติฯ กล่าวยินดีกับนายกฯ ในการเข้ารับตำแหน่งนายกฯ คนที่ 31 เป็นนักการเมืองชั้นนำรุ่นใหม่ และเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวจะมีความแนบแน่นใกล้ชิดยิ่งขึ้น ซึ่งฝ่ายนิติบัญญัติลาวมีความสนใจด้านการเกษตรและการศึกษาและได้รับความสนับสนุนเป็นอย่างดีจากไทย ในการช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ตลอดมา
นายกฯ พอใจ ผลการเจรจาวันแรกกับ สปป. ลาว
นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความประทับใจและผลสำเร็จการเดินทางเยือน สปป. ลาว ซึ่งเป็นการเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการ (Official Visit) หลังดำรงตำแหน่งนายกฯ คนที่ 31 ของไทย ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างสมเกียรติและได้ร่วมหารือกับบุคคลสำคัญ สำหรับการหารือไทย - สปป.ลาว ได้เห็นพ้อง เดินหน้าทำงานเชิงรุก 5 เรื่องหลัก โดยได้กระจายภารกิจให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละด้านตั้งคณะทำงานและให้มีการประชุมต่อเนื่อง และขอให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยติดตามความคืบหน้าในแต่ละด้านด้วย
โดยครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางเยือน สปป.ลาว อย่างเป็นทางการในฐานะนายกฯ ครั้งแรก และเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 44 และ 45 ติดต่อกันไป