
(15 ต.ค. 67) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการเยียวยาให้กับผู้ประสบอุทกภัยในทุกมิติ ทั้งในส่วนของการช่วยเหลือฟื้นฟู การแบ่งเบาภาระด้านค่าใช้จ่าย และการเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีวิตและฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ โดยนายพิชัย ชุณหวชิร
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน “ลดภาษี ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มสินเชื่อฟื้นฟูบ้านเรือน” สำหรับช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มที่ประสบอุทกภัย ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้แล้ว ดังนี้
ช่วยเหลือมาตรการด้านภาษี และลดภาระค่าเช่าที่ราชพัสดุ
1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล เท่ากับจำนวนเงินชดเชยที่ได้รับจากรัฐบาล
2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แก่บริษัทและห้างหุ้นส่วนสำหรับค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทประกันเพื่อชดเชยความเสียหายจากอุทกภัย
ทั้งนี้ กล่าวโดยสรุปแบบง่าย ๆ คือ เงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาล และเงินชดเชยที่ได้จากบริษัทประกันภัย ไม่ต้องนำไปนับรวมเป็นรายได้เพื่อคำนวณภาษี นอกจากนั้นยังมีการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสิ่งของที่นำเข้ามาเพื่อบริจาคแก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วย สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการเช่าพื้นที่ของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์จะลดค่าเช่าให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ตามเกณฑ์ดังนี้
1. การเช่าเพื่ออยู่อาศัย หากที่พักเสียหายบางส่วน ยกเว้นค่าเช่า 1 ปี แต่หากที่พักเสียหายทั้งหลัง ยกเว้นค่าเช่าให้ 2 ปี
2. การเช่าเพื่อการเกษตร ยกเว้นค่าเช่าให้ 1 ปี
3. การเช่าเพื่อประโยชน์อย่างอื่น หากไม่สามารถทำกิจการได้ตามปกติเกิน 3 วัน ก็จะพิจารณายกเว้นค่าเช่าเป็นรายเดือน และยกเว้นการคิดเงินเพิ่มเติมให้แก่ผู้เช่าที่จ่ายค่าเช่าไม่ได้ เนื่องจากประสบอุทกภัยด้วย
เสริมสภาพคล่อง เพิ่มสินเชื่อฟื้นฟูบ้านเรือน และช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs
กระทรวงการคลังออกสินเชื่อ Soft Loan เพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารบ้านเรือน และกิจการ ตลอดจนลดภาระหนี้สิน ลดอัตราดอกเบี้ย และพักหนี้ให้แก่ผู้กู้ที่ประสบอุทกภัย ดังนี้
• โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5 % ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี โดยให้วงเงินรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท โดยสามารถขอรายละเอียดของสินเชื่อนี้ได้จากธนาคารที่ใช้บริการอยู่ ซึ่งขณะนี้มีธนาคารของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ รวม 16 ธนาคารที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
• โครงการ SMEs No One Left Behind ของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่เป็นวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อราย 10,000 – 2 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 1.25 % ต่อปี และระยะเวลาค้ำประกันไม่เกิน 10 ปี
• ธนาคารออมสิน ช่วยเหลือลูกหนี้เดิม ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย 6 เดือน สำหรับสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท
• ช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต ด้วยการปรับลดอัตราชำระขั้นต่ำเป็น 3% ให้ 3 รอบบัญชี
• ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีสถานะปกติ หรือค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน สามารถขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้สูงสุดถึง 20 ปี โดยมีระยะปลอดชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และยกเว้นดอกเบี้ยปรับทั้งจำนวน
• มาตรการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน สำหรับเสริมสภาพคล่องและใช้จ่ายค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี โดย 6 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ย 0% หลัง 6 เดือนไปแล้วคิดอัตราดอกเบี้ยตาม MRR
• มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนซ่อมแซมบ้าน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 15 ปี
• ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้การช่วยเหลือแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ด้วยการลดเงินงวดที่ชำระ 50% และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 2% เป็นเวลา 6 เดือน
- สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดย 6 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ย 0% ระยะเวลาที่เหลืออัตราดอกเบี้ย 1%
- สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี โดย 6 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ย 0% และผ่อน 1,000 บาทต่องวด ระยะเวลาที่เหลืออัตราดอกเบี้ย 1%
- สำหรับการขอสินเชื่อใหม่หรือสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย สามารถขอกู้ได้ถึง 2 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน อัตราดอกเบี้ย 3 เดือนแรก 0% ระยะเวลาที่เหลือตามเงื่อนไขของการผ่อนชำระ (โดยมีตั้งแต่ 2% - 6%) และยังมีการให้ค่าสินไหมทดแทนเร่งด่วนแก่ผู้ทำกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัย โดยจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท
• ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีมาตรการพักหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะอัตรากำไร ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
• ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) มีมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย กรณีกู้ยืมเงิน Fixed Loan พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ในกรณีตั๋วสัญญาใช้เงิน จะขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินไปอีกไม่เกิน 180 วัน และยังมีมาตรการเติมทุนฉุกเฉินฟื้นฟูกิจการ หากมีธุรกิจอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ให้วงเงินเพิ่ม 10% ของวงเงินอนุมัติสินเชื่อ
• ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงินสูงสุด 180 วัน
นโยบายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาออกระเบียบกฎหมายเพิ่มเติม ก่อนนำเข้า ครม. อีกครั้ง
1. มาตรการลดหย่อนภาษี โดยจะกำหนดให้รายจ่ายการซื้ออุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านในพื้นที่น้ำท่วม สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน
2. มาตรการขยายระยะเวลาการยื่นแบบชำระภาษี รวมถึงการยกเว้นอากรขาเข้า สำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วน ที่เกิดจากการลงทุนเพื่อทดแทนความเสียหายจากน้ำท่วม
3. มาตรการสินเชื่อ Soft Loan เพิ่มเติมอีก 50,000 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อให้ฟื้นฟูทันช่วง High Season
โดยทั้ง 3 มาตรการ อยู่ระหว่างการออกประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) และประกาศ BOI คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้า ครม. ได้ภายในเดือนตุลาคม
นายกฯ กำชับเร่งจ่ายเงินเยียวยาฯ ให้แล้วเสร็จภายในตุลาคมนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยที่ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่ลงไปอยู่ในพื้นที่ อยู่กับประชาชน ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจ และสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ปัจจุบันนี้สถานการณ์คลี่คลายไปมากแล้ว และได้กำชับในที่ประชุม ครม. ให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยให้แล้วเสร็จภายในตุลาคมนี้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้เร่งฟื้นฟู บรรเทาปัญหาต่าง ๆ และอนุมัติเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งอยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทยขณะนี้ ประกอบด้วย
• การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในฤดูฝน ปี 2567 ใน 57 จังหวัด ที่ ครม. อนุมัติให้ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ขณะนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทยอยรวบรวมข้อมูลและจ่ายเงิน
• การช่วยเหลือค่าล้างดินโคลนในที่อยู่อาศัยหลังละ 10,000 บาท ซึ่งใช้เงินทดรองราชการของจังหวัด โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยได้มอบหมายให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดพื้นที่ภัยพิบัติ เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วต่อไป
• ยกเว้นการเก็บค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้า สำหรับทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถลงรายละเอียดได้ว่ามีจำนวนกี่ครัวเรือน