
(3 ธ.ค. 67) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กรมทางหลวง ดำเนินโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอน ทางยกระดับบางขุนเทียน - บางบัวทอง ตามที่กระทรวงคมนาคม เสนอ
วัตถุประสงค์ เพื่อช่วยแบ่งเบาปริมาณจราจร บนถนนกาญจนาภิเษกด้านตะวันตก และเชื่อมต่อโครงข่ายทางหลวงพิเศษรอบกรุงเทพมหานครที่ขาดหาย
ปัจจุบันรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (รายงาน EIA) ของโครงการฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อนำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) แต่เนื่องจากโครงการฯ มีลำดับความสำคัญสูง ซึ่งได้รับการบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติการด้านคมนาคม พ.ศ. 2566 – 2570 และแผนแม่บทฯ ที่คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบกได้ให้ความเห็นชอบและคณะรัฐมนตรีได้รับทราบแล้ว ประกอบกับคณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการฯ ไว้แล้ว และการดำเนินการตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 (พระราชบัญญัติการร่วมลงทุนฯ) จนถึงขั้นตอนการคัดเลือกให้ได้มาซึ่งเอกชนผู้ร่วมลงทุน ต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการอีกอย่างน้อยประมาณ 18 เดือน ก่อนลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับเอกชน เมื่อรายงาน EIA ได้รับความเห็นชอบแล้ว ดังนั้น เพื่อไม่ให้กระทบแผนการดำเนินงานโครงการฯ และสามารถเปิดให้บริการตามกำหนดในปี 2573 ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการจราจร เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งให้ครบสมบูรณ์เชื่อมโยงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับภูมิภาคโดยรอบ จึงจำเป็นต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้กรมทางหลวง ดำเนินโครงการฯ ต่อไป ตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนฯ และมาตรา 49 วรรค 4 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 สายถนนวงแหวน รอบนอกกรุงเทพมหานคร ตอน ทางยกระดับบางขุนเทียน - บางบัวทอง ของกรมทางหลวง (โครงการ M9) มีเส้นทางรวมระยะทางประมาณ 35.85 กม. จุดเริ่มต้นบริเวณทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน จุดสิ้นสุดบริเวณจุดตัดทางแยกต่างระดับบางบัวทอง โดยมีการเวนคืนที่ดินในพื้นที่โครงการ ทั้งหมด 3 ตำแหน่ง รวมพื้นที่ทั้งหมด 33 ไร่ 2 งาน 75 ตร.ว. โดยมีรูปแบบการก่อสร้างเป็นทางยกระดับขนาด 6 ช่องจราจร มีทางขึ้น 8 จุดและทางลง 6 จุด ทางแยกต่างระดับ 5 แห่ง
ลักษณะโครงการนี้มีความพิเศษที่มีการควบคุมการเข้าออกอย่างสมบูรณ์ รองรับการสัญจรที่สามารถใช้ความเร็วได้อย่างปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด ส่วนการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางโดยคิดตามระยะทางด้วยระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (ระบบ M-Flow)
• มูลค่าโครงการ 68,686.63 ล้านบาท ประกอบด้วย (1) ค่าลงทุนโครงการ วงเงิน 56,035,.26 ล้านบาท
(2) ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ วงเงิน 12,651.37 ล้านบาท
• ระยะเวลาดำเนินโครงการ 34 ปี ประกอบด้วย (1) ออกแบบและก่อสร้าง 4 ปี (ปี 2568 – 2571)
(2) ดำเนินงานและบำรุงรักษา 30 ปี ทั้งนี้ หากก่อสร้างเสร็จก่อนให้เปิดบริการได้ทันที
• รูปแบบการลงทุน ร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ในรูปแบบ PPP NET Cost (เอกชนลงทุนก่อสร้าง
งานโยธาทั้งหมด รวมถึงลงทุนก่อสร้างและติดตั้งงานระบบ และองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเอกชนจะโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่ภาครัฐก่อนเริ่มดำเนินงานในลักษณะของ BTO (Build Transfer Operate) นอกจากนี้ เอกชนจะเป็นผู้ดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) ตามขอบเขตที่กำหนดตลอดอายุของสัญญา ส่วนภาครัฐรับผิดชอบเวนคืนที่ดินทั้งหมดของโครงการ และเป็นผู้ก่อสร้างพร้อมทั้งดำเนินงานบำรุงรักษางานระบบของด่านเก็บค่าผ่านทางบางขุนเทียนซึ่งเป็นด่านตัดแบ่งระบบจัดเก็บค่าธรรมเนียมระหว่างสายทาง ทั้งนี้ รูปแบบ PPP Net Cost เอกชนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รายได้ค่าผ่านทาง โดยรัฐทยอยจ่ายเงินร่วมลงทุนให้แก่เอกชนในภายหลัง เป็นระยะเวลา 15 ปี นับจากปีเปิดให้บริการ จำนวนรวม 71,101.37 ล้านบาท (มูลค่าปัจจุบันเท่ากับ 47,521.04 ล้านบาท)
• ประมาณการรายได้โครงการ เนื่องจากรูปแบบ PPP Net Cost เอกชนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รายได้
ผ่านทาง ดังนั้น รัฐจะมีรายได้ จากการเก็บภาษีทั้งหมด 11,580.76 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มประมาณ 2,786.17 ล้านบาท และภาษีนิติบุคคลประมาณ 8,794.59 ล้านบาท ทั้งนี้ คาดว่ารัฐ น่าจะไม่ได้รับส่วนแบ่งรายได้ค่าธรรมเนียมผ่านทางจากเอกชน เนื่องจากผลการวิเคราะห์พบว่ารายได้ค่าธรรมเนียมผ่านทางไม่สามารถสร้างผลตอบแทนได้มากพอที่จะสามารถแบ่งปันรายได้ให้กับภาครัฐ เว้นแต่ในกรณีที่ปริมาณผู้ใช้ทางและรายได้รายปีที่เกิดขึ้นจริงสูงกว่าคาดการณ์
อัตราค่าธรรมเนียมผ่านทาง
- รถยนต์ 4 ล้อ 10 บาท + 1.50 บาท/กม.
- รถยนต์ 6 ล้อ 15 บาท + 2.40 บาท/กม.
- รถยนต์มากกว่า 6 ล้อ 25 บาท + 3.45 บาท/กม.