ฟังวิทยุออนไลน์

ครม. อนุมัติงบประมาณกว่า 900 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย – ฟื้นฟูสาธารณูปโภค -แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ

(18 ก.พ. 68) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ที่ศูนย์การประชุมนานาชาติฉลอง สิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีวาระสำคัญ ดังนี้

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้เสนอให้พิจารณาโครงการจังหวัดเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่

3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน ที่เกิดเหตุเมื่อเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปีที่ผ่านมา โดย สศช. เสนอ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบในหลักการ โครงการจังหวัดเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ที่ได้รับความเสียหาย จากอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน ที่เห็นควรสนับสนุน จำนวน 22 โครงการ กรอบวงเงินรวม 304.80 ล้านบาท โดยให้จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี ขอรับการจัดสรรจากงบฯ ปี 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ สำนักงบประมาณ (สงป.) ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของโครงการและงบฯ ต่อไป โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

•จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่ จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี ในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม 2567 ก่อให้เกิดความเสียหายครอบคลุมในหลายพื้นที่ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบทั้งภาคครัวเรือน ภาคการเกษตร โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน โดย สงป. สศช. และ กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้ร่วมกันลงพื้นที่และพิจารณากลั่นกรองข้อเสนอโครงการของ จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี เพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย โดยเห็นควรสนับสนุนโครงการจังหวัดเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน เพื่อขอรับการจัดสรรจากงบฯ ปี 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 22 โครงการ กรอบวงเงินรวม 304.80 ล้านบาท โดยเฉลี่ยประมาณจังหวัดละ 100 ล้านบาท อาทิ การซ่อมถนนจัดทำเขื่อนป้องกันตลิ่ง โดย จ.ยะลา จัดทำคันกั้นน้ำริมแม่น้ำปัตตานี จำนวน 100 ล้านบาท จ.นราธิวาส 14 โครงการ 100.32 ล้านบาท และ จ.ปัตตานี 7 โครงการ 104.47 ล้านบาท

ข้อเสนอโครงการเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน (ยะลา นราธิวาส และปัตตานี)จะช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยได้รับการปรับปรุง ซ่อมแซม และฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ จะช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ในอนาคต

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ขอให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำแล้ง น้ำท่วม เร่งกำหนดแผนการแก้ไขปัญหาระยะยาวและยั่งยืน เพื่อจะได้ไม่ต้องมาแก้ปัญหาระยะสั้นเหมือนช่วงที่ผ่านมาอีกต่อไป

ครม. เห็นชอบข้อเสนอโครงการจังหวัดเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการจังหวัดเพื่อฟื้นฟูซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคสาธารณูปการ ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน ที่เห็นควรสนับสนุน จำนวน 22 โครงการ กรอบวงเงินรวม 304,795,400 บาท โดยให้จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี ขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้สำนักงบประมาณตรวจสอบความซ้ำซ้อนของโครงการและงบประมาณต่อไป ตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอ

สาระสำคัญของเรื่อง

จากเหตุการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดยะลา นราธิวาส และปัตตานี ในช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม 2567 นับเป็นสถานการณ์รุนแรงที่สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นจำนวนมาก โดยมีสาเหตุหลักเนื่องมาจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศมาเลเซียเคลื่อนตัวลงสู่ทะเล อันดามันตอนล่าง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมาก และปริมาณฝนที่ตกสะสมทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ และท่วมขังในพื้นที่เมืองและเขตเศรษฐกิจสำคัญ

ทั้งนี้ ข้อเสนอของโครงการฯ ดังกล่าวจะช่วยให้โครงสร้างพื้นฐานที่รับความเสียหายจากอุทกภัยได้รับการปรับปรุง ซ่อมแซม และฟื้นฟูให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติอย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยบรรเทาและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นซ้ำในอนาคต เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนและภาคส่วนในพื้นที่ในการดำเนินชีวิตประจำวันและประกอบกิจการได้อย่างปลอดภัย

ครม. เห็นชอบหลักการโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และเห็นชอบโครงการบูรณาการร่วมภาครัฐ-เอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) กรอบวงเงินรวม 600 ล้านบาท

สำหรับ เรื่อง ผลการประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สงขลา สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และพัทลุง) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 และวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568

คณะรัฐมนตรีมีมติตามที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เสนอ ดังนี้

1. รับทราบผลการประชุมบูรณาการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย (สงขลา สุราษฎร์ธานี ชุมพร นครศรีธรรมราช และพัทลุง) เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2568 และวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568

2. เห็นชอบในหลักการโครงการของจังหวัดและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จำนวน 23 โครงการ กรอบวงเงิน 300,000,000 บาท โดยให้จังหวัดและกลุ่มจังหวัดขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น และให้สำนักงบประมาณพิจารณาความพร้อม ความคุ้มค่าของโครงการและความเหมาะสมของวงเงินตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

3. เห็นชอบในหลักการของโครงการที่เป็นข้อเสนอกลุ่มจังหวัดฯ ของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) จำนวน 12 โครงการ กรอบวงเงิน 300,000,000 บาท โดยให้ส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการขอรับการจัดสรรจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการเร่งจัดทำข้อเสนอโครงการ โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณอย่างรอบคอบ

4. มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาโครงการที่เป็นข้อเสนอกลุ่มจังหวัดฯ ของภาคเอกชน (กรอ.กลุ่มจังหวัด) ในส่วนที่เหลือจำนวน 21 โครงการ เพื่อบรรจุไว้ในแผนปฏิบัติราชการประจำปีของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขอรับการจัดสรรงบประมาณตามขั้นตอนต่อไป

แนวทางการพัฒนา-แก้ปัญหา-ฟื้นฟูศักยภาพของ จ.พัทลุง และสงขลา

จากการลงพื้นที่ตรวจราชการของนายกรัฐมนตรี หลังได้รับฟังปัญหาจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้มีแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดพัทลุงและสงขลา โดยมีข้อสั่งการ ดังนี้

1) ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ เร่งหาแนวทางสนับสนุนการปลูกกล้วยสายพันธุ์ของพัทลุง และทุเรียนภูบรรทัด ทั้งในด้านส่งเสริมการเพาะปลูกให้แพร่หลาย รวมทั้งการหาตลาดรองรับผลผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าของสินค้าในชุมชนให้มากขึ้น

2) ในพื้นที่ทะเลน้อยจังหวัดพัทลุง มีศักยภาพสูงทั้งด้านการท่องเที่ยวและการประมง จะช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยทางจังหวัด และภาคเอกชน มีข้อเสนอให้ขุดลอกทะเลน้อย กำจัดวัชพืชต่าง ๆ ฟื้นฟูนิเวศ คืนธรรมชาติ พร้อมฟื้นการประมงและส่งเสริมอาชีพให้กับท้องถิ่น โดยขอให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการเพิ่มเติม ดังนี้

•ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาและกำหนดแนวทาง พร้อมทั้งจัดเตรียมงบประมาณที่จำเป็นสำหรับดำเนินการ

•ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมประมง และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หามาตรการในการสนับสนุนและให้ความรู้ทางวิชาการอย่างถูกต้อง สำหรับการทำประมงในพื้นที่ จ.สงขลา เช่น การเลี้ยงปลาดุกนา ทั้งในส่วนของระบบการหมุนเวียนน้ำ และพันธุ์ปลา เพื่อยกระดับให้ประชาชน มีรายได้ ที่เพิ่มมากขึ้น

•ให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้มากขึ้น

•ให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งหามาตรการในการเพิ่มแสงสว่างให้กับสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทาง และไม่กระทบต่อระบบนิเวศ

•การเยี่ยมชมบริษัท ไทยยูเนี่ยน ซีฟู้ด จำกัด ที่ประสบความสำเร็จ ในการส่งออกอาหารทะเลไปต่างประเทศ มีข้อเสนอสำคัญ ที่จะขอให้กรมประมง ส่งเสริมการวิจัยพัฒนาพันธุ์กุ้งอย่างจริงจัง ฟื้นฟูความเข้มแข็ง ด้านการเลี้ยงกุ้งเพื่อการส่งออก ที่ไทยเคยเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกอีกครั้ง

•การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว นายกรัฐมนตรีสั่งการว่า สำหรับ ตัวเมืองจังหวัดสงขลามีศักยภาพสูงด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ (Cruise) ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งศึกษาการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญ และขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับท้องถิ่น พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของแหล่งท่องเที่ยว เช่น ในเมืองเก่าสงขลา อำเภอหาดใหญ่ หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยมอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นเจ้าภาพในการเป็นศูนย์กลางการประสานหน่วยงานต่าง ๆ ที่จะลงมาร่วมพัฒนาด้วย


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar