ฟังวิทยุออนไลน์

ครม.เพิ่มค่าตอบแทนครูสอนศาสนา 5 จชต.เสริมความเท่าเทียมสร้างสันติสุข

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบอนุมัติปรับเพิ่มค่าตอบแทนครูสอนศาสนาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 4 กลุ่มประกอบด้วย 1) ครูสอนศาสนาในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) โต๊ะครูหรือผู้ช่วยโต๊ะครู ในสถาบันการศึกษาปอเนาะ ครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนในระบบที่สอนศาสนาอิสลาม และครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามอย่างเดียว 2) ปรับเพิ่มจำนวนครูสอนศาสนาที่ได้รับเงินอุดหนุน 3) การปรับเพิ่มอัตราค่าบริหารจัดการโรงเรียน และ 4) การจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการให้กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามทุกแห่งที่จัดตั้งถูกต้องตามกฎหมายใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นรวมทั้งสิ้นปีละ 169.95 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในเขตพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดสันติสุขและสมานฉันท์ นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติจ่ายเงินทดแทนการประกันชีวิตย้อนหลังให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เสียชีวิตหรือบาดเจ็บทุพพลภาพถึงขั้นปลดออกจากราชการ จำนวน 4 ราย รายละ 500,000 บาท

ครม.อนุมัติปรับเพิ่มค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการของโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติปรับเพิ่มค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการของโรงเรียนเอกชนในระบบและนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ เสนอ ดังนี้

1. ปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนครูสอนศาสนา ดังนี้

- ครูสอนศาสนาในศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) จากอัตราปัจจุบัน 3,000 บาท/คน/เดือน เป็น 3,500 บาท/คน/เดือน

- โต๊ะครูหรือผู้ช่วยโต๊ะครู ในสถาบันการศึกษาปอเนาะ (สถาบันสอนศาสนาอิสลามที่มีหอพัก) จากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/คน/เดือน เป็นโต๊ะครู 4,000 บาท/คน/เดือน และผู้ช่วยโต๊ะครู 3,500 บาท/คน/เดือน เนื่องจากภาระงานของโต๊ะครูมากกว่าผู้ช่วยโต๊ะครูในการดูแลและบริหารจัดการสถาบันศึกษาปอเนาะ

- ครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนในระบบที่สอนศาสนาอิสลาม จากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/คน/เดือนเป็น 3,500 บาท/คน/เดือน

- ครูสอนศาสนาในโรงเรียนเอกชนนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามอย่างเดียว จากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/คน/เดือน เป็น 3,500 บาท/คน/เดือน

ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีลักษณะพิเศษและมีความละเอียดอ่อนได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในเขตพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดสันติสุขและสมานฉันท์

2. ปรับเพิ่มจำนวนครูสอนศาสนาที่ได้รับเงินอุดหนุน ดังนี้

- เพิ่มการจัดสรรค่าตอบแทนให้กับผู้สอนในตาดีกาที่มีจำนวนนักเรียนไม่เกิน 180 คน จาก 4 คน เป็น

6 คน เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้สอนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ปีที่ 6 จำนวน 6 คน ตามหลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีนประจำมัสยิดระดับอิสลามศึกษาตอนต้น (อิบติดาอียะฮฺ) พุทธศักราช 2559/ฮิจเราะฮฺศักราช 1437 จำนวน 6 ชั้นปี ที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนในตาดีกา และจัดสรรค่าตอบแทนให้กับผู้สอนในตาดีกาที่มีจำนวนนักเรียน 181 คน ขึ้นไป ในอัตราส่วนผู้สอน 1 คน ต่อนักเรียน 30 คน ทั้งนี้ ไม่เกิน 12 คน ต่อศูนย์เพื่อให้เป็นไปตามอัตราส่วนจำนวนครูต่อจำนวนนักเรียนตามระเบียบคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ว่าด้วยการกำหนดจำนวนครู และบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. 2551 ประกาศ ณ วันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2551

- จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนโต๊ะครูและผู้ช่วยโต๊ะครูรวมทั้งค่าบริหารจัดการสถาบันศึกษาปอเนาะให้กับสถาบันศึกษาปอเนาะที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 25 คน ซึ่งปัจจุบันเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคแก่สถาบันศึกษาปอเนาะทุกแห่ง

- เพิ่มการจัดสรรค่าตอบแทนครูในโรงเรียนเอกชนในระบบที่สอนศาสนาอิสลามที่มีนักเรียน 121 คนขึ้นไป จากเดิมจัดสรรให้ครู 4 คน เป็น 6 คน เพื่อให้เสมอภาคและเท่าเทียมกับจำนวนครูสอนศาสนาที่ได้รับเงินอุดหนุนในตาดีกา

3. ปรับเพิ่มอัตราค่าบริหารจัดการโรงเรียน ดังนี้

- ตาดีกา จากอัตราปัจจุบัน 2,000 บาท/แห่ง/เดือน ปรับเป็น 3,000 บาท/แห่ง/เดือน

- สถานศึกษาปอเนาะ จากอัตราปัจจุบัน 1,000 บาท บาท/แห่ง/เดือน ปรับเป็น 3,000 บาท/แห่ง/เดือน

- โรงเรียนเอกชนนอกระบบที่สอนศาสนาอิสลามอย่างเดียว จากอัตราปัจจุบัน 1,000 บาท/แห่ง/เดือน ปรับเป็น 3,000 บาท/แห่ง/เดือน

ทั้งนี้ เพื่อให้โรงเรียนเอกชนที่สอนศาสนาทุกแห่งได้รับค่าบริหารจัดการที่เสมอภาคและเท่าเทียมกันประกอบกับโรงเรียนดังกล่าวมีภาระงานที่เพิ่มขึ้น เช่น การติดตามตรวจสอบเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน

การจัดทำข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนผ่านระบบสารสนเทศของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สข.) การจัดทำหลักฐานการจบหลักสูตร รวมทั้งการจัดทำข้อสอบ ทำให้ค่าบริหารจัดการต้องปรับเพิ่มขึ้นให้สอดคล้องตามค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

4. จัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการให้กับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามทุกแห่งที่จัดตั้งถูกต้องตามกฎหมายใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล และสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) เนื่องจากปัจจุบันโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาบางประเภทในจังหวัดสตูลและสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ยังไม่ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนครูและค่าบริหารจัดการเช่นเดียวกับเงินอุดหนุนค่าตอบแทนผู้สอนในตาดีกา และค่าบริหารจัดการมัสยิดที่ให้กับตาดีกาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีลักษณะพิเศษมีความละเอียดอ่อนได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนที่จะเสริมสร้างความมั่นคงในเขตพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดสันติสุขและสมานฉันท์ สำหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามในจังหวัดสตูล และสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ เทพา นาทวี และสะบ้าย้อย) ที่ต้องได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเพื่อเป็นค่าตอบแทนครูสอนศาสนา และค่าบริหารจัดการ


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar