
(29 เม.ย. 68) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการสลากการกุศล ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ โดยให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมต่อต้านการทุจริตแห่งประเทศไทย วงเงิน 250 ล้านบาท และเห็นชอบให้มีการออกสลากการกุศล เพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ (ODOS) จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 5,308.14 ล้านบาท โดยจะส่งเยาวชนตัวแทนจาก 878 อำเภอ ทั่วประเทศและจากกรุงเทพมหานคร 50 เขต จำนวนไม่น้อยกว่า 928 คน ในระดับการศึกษาต่าง ๆ ไปศึกษาและฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีระยะสั้นในต่างประเทศ เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัล และการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้รับทุนอย่างเท่าเทียม
(29 เม.ย. 68) นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเป็นทางการนอกสถานที่ กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ให้มีการออกสลากการกุศลเพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ [Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS)] ในรอบแรก จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 5,308.14 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการ ดังนี้
1. โครงการสำหรับทุนการศึกษาและฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยีระยะสั้นในต่างประเทศ โดยจะส่งเยาวชนซึ่งเป็นตัวแทนจาก 878 อำเภอ ทั่วประเทศและจากกรุงเทพมหานครทั้ง 50 เขต
2. โครงการสำหรับทุนการศึกษา ปวส. จำนวน 60 ทุน และระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ จำนวน 140 ทุน รวม 200 ทุน
3. โครงการสำหรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรี ณ สหรัฐอเมริกา จำนวน 60 ทุน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
4. โครงการสำหรับทุนการศึกษาปริญญาตรี ณ สหราชอาณาจักร จำนวน 50 ทุน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 25 ทุน [STEM ย่อมาจาก Science, Technology, Engineering and Mathematics เป็นการบูรณาการความรู้ใน 4 สาขาวิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์]
5. โครงการสำหรับทุนการศึกษาระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรี ณ ออสเตรเลีย โดยขอรับการสนับสนุนการศึกษาจาก ปวส. จำนวน 60 ทุน และระดับปริญญาตรี จำนวน 30 ทุน รวมทั้งสิ้น จำนวน 90 ทุน
6. โครงการสำหรับทุนการศึกษาปริญญาตรีในประเทศ จำนวน 2,200 คน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) โดยแบ่งเป็น 6 รุ่น รุ่นละ 1,100 คน (ผู้รับทุนรัฐบาลจากโครงการสลากฯ จำนวน 700 คน และผู้รับทุนรัฐบาลจากโครงการสลากฯ และบางส่วนจากทุนสถาบันอุดมศึกษาเป็นค่าเล่าเรียนตามระเบียบของสถาบันการศึกษา จำนวน 400 คน)
7. โครงการสำหรับทุนการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และ ปวส. ในประเทศ จำนวน 4,800 คน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) โดยแบ่งเป็น 4 รุ่น รุ่นละ 1,200 คน
มติ ครม. เรื่อง โครงการสลากการกุศล
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ ดังนี้
1. เห็นชอบให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมต่อต้านการทุจริตแห่งประเทศไทย (โครงการ ก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมฯ) ของมูลนิธิต่อต้านการทุจริตแห่งประเทศไทย (มูลนิธิฯ) วงเงิน 250 ล้านบาท เนื่องจากการดำเนินการโครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมฯ ดังกล่าวล่วงเลยระยะเวลาตามที่มติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่
7 มีนาคม 2566 เห็นชอบ เนื่องจากปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการเจรจากับกรมธนารักษ์เพื่อขอเช่าที่ดินแปลงอื่น
2. เห็นชอบให้มีการออกสลากการกุศล (สลากฯ) เพื่อสนับสนุนโครงการที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะกรรมการพิจารณาโครงการสลากการกุศลฯ (คณะกรรมการฯ) จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 5,308.14 ล้านบาท
3. มอบหมายให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สำนักงานฯ) ดำเนินการ ดังนี้
3.1 เป็นผู้จัดพิมพ์ จัดจำหน่าย และจ่ายเงินรางวัลสลากฯ
3.2 ประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากโครงการสลากฯ (โครงการที่ได้รับการสนับสนุนฯ) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการออกสลากฯ การขออนุญาตการออกสลากฯ โดยปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการนำส่งเงินให้หน่วยงานเจ้าของโครงการตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
โดยให้ผู้รับใบอนุญาตการออกสลากฯ เสียภาษีการพนันเหลือร้อยละ 0.5 แห่งยอดราคาสลากซึ่งมีผู้รับซื้อก่อนหักรายจ่ายตามข้อ 12 (4) ของกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 17 (พ.ศ. 2503) ออกตามความในพระราชบัญญัติพนัน พ.ศ. 2478 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2543)
3.3 จัดทำแผนการออกสลากฯ และแผนการใช้เงินของแต่ละโครงการและรายงานต่อคณะกรรมการฯ เพื่อประโยชน์ในการกำกับ ติดตามการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้
4. มอบหมายให้คณะกรรมการฯ ดำเนินการ ดังนี้
4.1 ให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจในการกำหนดระยะเวลาผูกพันวงเงินขยายระยะเวลาผูกพันวงเงิน หรือขยายระยะเวลาดำเนินการตามแผนเบิกจ่ายตามเหตุผลความจำเป็นแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ หากคณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า โครงการดังกล่าวไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณายกเลิกการสนับสนุนเงินจากการออกสลากฯ ให้โครงการดังกล่าว
4.2 เปลี่ยนแปลงรายละเอียดการใช้เงินภายในโครงการที่ได้รับการสนับสนุน โดยจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงเป็นกิจกรรมที่แตกต่างจากโครงการที่ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ โดยโครงการที่ได้รับการสนับสนุนฯ (ตามข้อ 2) เป็นในส่วนของทุนการศึกษา จึงเห็นควรให้ดำเนินการสนับสนุนตามจำนวนผู้รับทุนการศึกษาที่หน่วยงานเสนอขอรับการสนับสนุนเท่านั้น โดยให้นำเงินเหลือจ่ายโอนเข้ารายได้แผ่นดิน ทั้งนี้ ในกระบวนการคัดเลือกผู้มีสิทธิรับทุน ควรดำเนินการอย่างโปร่งใส ชัดเจน รอบคอบ และรัดกุม โดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้อง และความเป็นธรรม เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการในการลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้รับทุนอย่างเท่าเทียม
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติ 7 มกราคม 2568 คณะกรรมการฯ ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณาโครงการสลากฯ จำนวน 2 ครั้ง ดังนี้
1.1 การประชุมครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2568 ที่ประชุมมีมติ ดังนี้ (1) เห็นชอบให้ยกเลิกการสนับสนุนเงินจากโครงการสลากฯ ให้โครงการก่อสร้างศูนย์ฝึกอบรมฯ ของมูลนิธิฯ เนื่องจากไม่สามารถผูกพันวงเงินได้ตามกำหนดและมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ (ฝ่ายเลขานุการฯ) เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อยกเลิกการสนับสนุนเงินดังกล่าวต่อไป
(2) เห็นชอบการกำหนดแนวทางการดำเนินโครงการสลากฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี (7 มกราคม 2568) ซึ่งมีหลักการฯ คงเดิมตามมติคณะรัฐมนตรี (20 กรกฎาคม 2564) และมอบหมายฝ่ายเลขานุการฯ ประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ระยะเวลาการยื่นข้อเสนอขอรับการสนับสนุนเงินจากการออกสลากฯ หลักเกณฑ์และแนวทางในการพิจารณาการออกสลากฯ บนเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และสำนักงานฯ โดยกำหนดระยะเวลาการยื่นขอรับการสนับสนุนเงินจากการออกสลากฯ 1 เดือน หลังจากการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และคณะทำงานกลั่นกรองโครงการสลากการกุศล (คณะทำงานฯ) กลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสนับสนุนจากโครงการสลากฯ (โครงการที่ขอรับการสนับสนุนฯ) ที่ได้ยื่นข้อเสนอตามหลักเกณฑ์และแนวทางในการพิจารณาการออกสลากฯ โดยจัดลำดับความสำคัญของโครงการตามความจำเป็นและความพร้อมของการดำเนินโครงการ รวมถึงแผนการเบิกจ่ายเงินโครงการกำหนดกรอบระยะเวลาการดำเนินโครงการสลากฯ ตามมติคณะรัฐมนตรี (7 มกราคม 2568)
ต่อมา สคร. และสำนักงานฯ ได้ประชาสัมพันธ์เผยแพร่หลักการฯ และรายละเอียดข้อมูลโครงการ
ที่ขอรับการสนับสนุนฯ ตามมติคณะกรรมการฯ บนเว็บไซต์ของ สคร. และสำนักงานฯ พร้อมทั้งกำหนดให้หน่วยงานที่ประสงค์ขอรับการสนับสนุนยื่นขอรับการสนับสนุนตามรายละเอียดข้อมูลโครงการที่ขอรับการสนับสนุนฯ มายัง สคร. ระหว่างวันที่ 24 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 (ระยะเวลา 30 วัน) โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 มีหน่วยงานอื่นยื่นข้อเสนอโครงการที่ขอรับการสนับสนุน รวมทั้งสิ้น 127 โครงการ วงเงินรวม 35,639.60 ล้านบาท
1.2 การประชุมครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาการกลั่นกรองโครงการสลากฯ ของคณะทำงานฯ ตามแนวทางการดำเนินโครงการสลากฯ [ตามข้อ 1.1 (2)] และมีมติเห็นชอบให้เสนอ กค. เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา ดังนี้
(1) เห็นชอบให้มีการออกสลากการกุศล เพื่อสนับสนุนโครงการที่ผ่านการพิจารณาในรอบแรก จำนวน 7 โครงการ วงเงิน 5,308.14 ล้านบาท สรุปได้ ดังนี้
(1.1) โครงการพัฒนาศักยภาพ Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS) เพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ โดยจะส่งเยาวชนซึ่งเป็นตัวแทนจาก 878 อำเภอ ทั่วประเทศ และจากกรุงเทพมหานคร 50 เขต จำนวนไม่น้อยกว่า 928 คน ไปศึกษาและฝึกอบรมเกี่ยวกับเทคโนโลยี
ระยะสั้นในต่างประเทศ เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลใหม่
(1.2) โครงการสรรหาและเตรียมความพร้อมนักเรียนทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ [Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS)] สำหรับทุนการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ โดยขอรับการสนับสนุน
เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสอบเพื่อสรรหาและเลือกสรรนักเรียนทุนเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายในการจัด Boot Camp และการทดสอบภาษาอังกฤษ (Mock test) เพื่อให้ทุนการศึกษาระดับ ปวส. จำนวน 60 ทุน และปริญญาตรีในต่างประเทศ จำนวน 140 ทุน รวม 200 ทุน [ตามข้อ (1.3) – (1.5)]
(1.3) โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ [Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS)] สำหรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ ณ สหรัฐอเมริกา โดยขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 60 ทุน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM)
โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 30 ทุน
(1.4) โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ [Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS)] สำหรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ ณ สหราชอาณาจักร โดยขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 50 ทุน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 25 ทุน
(1.5) โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ [Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS)] สำหรับทุนการศึกษาระดับ ปวส. และระดับปริญญาตรีในต่างประเทศ ณ เครือรัฐออสเตรเลีย โดยขอรับการสนับสนุน ทุนการศึกษาระดับ ปวส. จำนวน 60 ทุน และระดับปริญญาตรี จำนวน 30 ทุน (รวม 90 ทุน) ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) โดยแบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นละ 45 ทุน
(1.6) โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ [Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS)] สำหรับทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศ โดยขอรับการสนับสนุนทุนการศึกษาจำนวน 2,200 คน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) โดยแบ่งเป็น 6 รุ่น รุ่นละ 1,100 คน (ผู้รับทุนรัฐบาลจากโครงการสลากฯ จำนวน 700 คน และผู้รับทุนรัฐบาลจากโครงการสลากฯ และบางส่วนจากทุนสถาบันอุดมศึกษาเป็นค่าเล่าเรียนตามระเบียบของสถาบันการศึกษา จำนวน 400 คน)
(1.7) โครงการทุนการศึกษาเพื่อขยายโอกาสและพัฒนาประเทศ [Outstanding Development Opportunity Scholarship (ODOS)] สำหรับทุกการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและ ปวส. ในประเทศ โดยขอรับการสนับสนุนการศึกษา จำนวน 4,800 คน ในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (STEM) โดยแบ่งเป็น 4 รุ่น รุ่นละ 1,200 คน
หมายเหตุ : กรอบวงเงินตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 จำนวน 10,000 ล้านบาท คงเหลือวงเงินทั้งสิ้น 4,619.86 ล้านบาท
ทั้งนี้ เห็นควรมอบหมายให้คณะทำงานฯ ตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลในด้านความจำเป็นและความพร้อมของโครงการที่ขอรับการสนับสนุนฯ เพิ่มเติม เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการฯ อีกครั้งหนึ่ง
(2) มอบหมายให้สำนักงานฯ ดำเนินการ ดังนี้
(2.1) เป็นผู้จัดพิมพ์ จัดจำหน่าย และจ่ายเงินรางวัลสลากฯ
(2.2) ประสานงานกับหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนฯ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการออกสลากฯ การขออนุญาตการออกสลากฯ โดยปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการนำส่งเงินให้หน่วยงานเจ้าของโครงการตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ
(2.3) จัดทำแผนการออกสลากฯ และแผนการใช้เงินของแต่ละโครงการ และรายงานต่อคณะกรรมการฯ เพื่อประโยชน์ในการกำกับ และติดตามการดำเนินโครงการที่ได้รับการสนับสนุนฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้
(3) นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อมอบหมายให้คณะกรรมการฯ ดำเนินการ ดังนี้
(3.1) ให้คณะกรรมการฯ มีอำนาจในการกำหนดระยะเวลาผูกพันวงเงิน ขยายระยะเวลาผูกพันวงเงิน หรือขยายระยะเวลาดำเนินการตามแผนเบิกจ่ายตามเหตุผลความจำเป็นแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ หากคณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าโครงการดังกล่าวไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้ ให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณายกเลิกการสนับสนุนเงินจากการออกสลากฯ ให้โครงการดังกล่าว
(3.2) เปลี่ยนแปลงรายละเอียดการใช้เงินภายในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนฯ โดยจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงเป็นกิจกรรมที่แตกต่างจากโครงการ ที่ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ โครงการที่ได้รับการสนับสนุนฯ [ตามข้อ 1.2 (1)] เป็นในส่วนของทุนการศึกษา เห็นควรให้ดำเนินการสนับสนุนตามจำนวนผู้รับทุนการศึกษา ที่หน่วยงานเสนอขอรับการสนับสนุนเท่านั้น โดยให้นำเงินเหลือจ่ายโอนเข้ารายได้แผ่นดินและในกระบวนการคัดเลือกผู้มีสิทธิรับทุน ควรดำเนินการอย่างโปร่งใส ชัดเจน รอบคอบและรัดกุมโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้อง และความเป็นธรรม เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการในการ
ลดความเหลื่อมล้ำ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้รับทุนอย่างเท่าเทียม
2. ประมาณการรายจ่ายตามสัดส่วนการจัดสรรรายได้จากการจำหน่ายสลากฯ มีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
หน่วย : ล้านบาท
การจัดสรรรายได้
จากการจำหน่ายสลากฯ ปีที่ 1 (24) งวด
งวดละ 11 ล้านฉบับ ปีที่ 2 (24) งวด
งวดละ 11 ล้านฉบับ ปีที่ 3 (3) งวด
2 งวดแรก งวดละ 11 ล้านฉบับ
งวดที่ 3 5.55 ล้านฉบับ รวม
เงินรางวัล
(ร้อยละ 60) 12,672.00 12,672.00 1,322.66 26,666.66
เงินสนับสนุน
โครงการสลากฯ
(ไม่เกินร้อยละ 22.5) 4,752.00 4,752.00 496.00 10,000.00
ภาษีการพนัน
(ร้อยละ 0.5) 105.60 105.60 11.02 222.22
ค่าบริหารงาน
(ไม่เกินร้อยละ 17) 3,590.40 3,590.40 374.75 7,555.55
รวม 21,120.00 21,120.00 2,204.43 44,444.43
หมายเหตุ : คำนวณจากการจำหน่ายสลากฯ ฉบับละ 80 บาท
3. กรณีคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการสลากฯ จะมีการออกสลากฯ ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท งวดละไม่เกิน 11 ล้านฉบับ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 2 ปี ทำให้ปริมาณการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลง และส่งผลกระทบต่อการนำส่งเงินเป็นรายได้แผ่นดินประมาณปีละ 4,857.60 ล้านบาท ทั้งนี้ กค. ได้จัดทำรายละเอียดข้อมูลประกอบการขออนุมัติต่อคณะรัฐมนตรีตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 เรียบร้อยแล้ว
4. คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ทั้ง 7 โครงการ เป็นโครงการที่มีความพร้อม ความจำเป็น และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของโครงการสลากฯ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินเพื่อดำเนินโครงการให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการทำให้ประชาชนได้รับการศึกษา การบริการสาธารณสุขและบริการขั้นพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงมากขึ้น ซึ่งจะเป็นการช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนดีขึ้นและลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมอีกทางหนึ่ง