
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ในการออกแนวทางการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทน ด้วยการนำมาตรการลดหย่อนภาษีมาใช้ โดยกำหนดเป็น 2 มาตรการ คือ 1. การส่งเสริมการลงทุนและการปรับเปลี่ยนเครื่องจักร อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง และวัสดุเพื่อการอนุรักษ์พลังงานด้วยมาตรการทางภาษี ซึ่งสามารถนำไปหักค่าใช้จ่าย/รายจ่ายในการซื้อหรือการลงทุนได้ 1.5 เท่าของรายจ่ายจริง และ 2. การส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในบ้านอยู่อาศัยซึ่งสามารถนำไปหักได้ตามวงเงินที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งทั้ง 2 มาตรการนี้แม้จะส่งผลให้เกิดการสูญเสียรายได้ของรัฐรวมทั้งสิ้นประมาณ 27,956.35 ล้านบาท แต่ในมาตรการแรกจะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 254,063.22 ล้านบาท ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของประเทศประมาณ 30,268.16 ล้านหน่วยต่อปี ส่วนมาตรการที่ 2 จะเกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจประมาณ 20,250 ล้านบาท ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าของประเทศ ประมาณ 584 ล้านหน่วยต่อปี ทั้งนี้ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และสนับสนุนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนด้วยมาตรการทางภาษี คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ ดังนี้
1. แนวทางการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนด้วยมาตรการทางภาษี และมอบหมายให้กระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) และกระทรวงการคลัง (กค.) ร่วมกันพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการดังกล่าว ตามขั้นตอนของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป
2. มอบหมายให้กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักในการดำเนินการและติดตามประเมินผลมาตรการดังกล่าว เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์โดยเร็วต่อไป