
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ดำเนินโครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าบริเวณจังหวัดน่าน แพร่ และอุตรดิตถ์ เพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (โครงการ NPUP) วงเงิน 26,220 ล้านบาท ตามที่กระทรวงพลังงานเสนอ เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางและโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากแบง ตามนโยบายรัฐที่มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน รวมทั้งเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561 - 2580 ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1 ซึ่งโครงการนี้แบ่งการดำเนินโครงการออกเป็น 2 ระยะ มีกำหนดแล้วเสร็จทั้งโครงการภายในปี 2574
ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานด้วยไฟฟ้าต้นทุนต่ำ สำหรับเงินทุนในการดำเนินโครงการจะพิจารณาแหล่งเงินทุนจากหลายแหล่ง เช่น สถาบันการเงินต่างประเทศ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการออกพันธบัตรหรือลงทุนในประเทศและเงินรายได้ของ กฟผ. ทั้งนี้ แม้ว่าโครงการนี้จะมีผลต่อ*อัตราค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 0.51 สตางค์ต่อหน่วย แต่จากการคำนวณผลตอบแทนของโครงการยังคงอยู่ในระดับที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ไม่กระทบต่อราคาค่าไฟฟ้า ของประชาชน และโครงการดังกล่าวยังช่วยลดพื้นที่การวางแนวเขตระบบโครงข่ายไฟฟ้าและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้ทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ด้วยแล้ว
*อัตราค่าไฟฟ้าขายส่งเฉลี่ย คือ ราคาที่ผู้ผลิตไฟฟ้าขายไฟฟ้าให้กับผู้รับซื้อไฟฟ้า (เช่น การไฟฟ้า หรือผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่) ก่อนที่จะนำไปจำหน่ายให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า