ฟังวิทยุออนไลน์

นายกฯ สั่งการ โสภณ -ธรรมนัส พิจารณาอัตราเงินเยียวยา พื้นที่รับน้ำ - บ้านในพื้นที่น้ำท่วมเกิน 30 วัน เร่งรัดให้แล้วเสร็จภายในเดือน พ.ย. นี้

(11 พ.ย. 2568) นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หลังได้รับรายงานจาก นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าช่วง 2–3 วันนี้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีการระบายน้ำจากเขื่อนหลัก เช่น เขื่อนภูมิพล ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานคร

💧 นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน และจังหวัดต่าง ๆ เร่งประสานงานแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้มีเวลาเตรียมการและขนย้ายสิ่งของ พร้อมทั้งให้เร่งช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด

🧭 นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ประสานงานกับ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาอัตราเงินช่วยเหลือใหม่สำหรับพื้นที่รับน้ำ รวมถึงประชาชนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วมเกิน 30 วัน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

💬 นายภราดร ปริศนานันทกุล เปิดเผยว่า จากการประเมินล่าสุด เขื่อนภูมิพลมีการรับน้ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร หากไม่มีการระบายน้ำเพิ่ม เขื่อนอาจเต็มความจุ จึงจำเป็นต้องเพิ่มอัตราการระบายน้ำเป็น 50–55 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะเดียวกันจะใช้ เขื่อนสิริกิติ์ ช่วยบริหารจัดการ โดยลดการระบายน้ำลงวันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อไม่ให้แม่น้ำเจ้าพระยารับน้ำมากเกินไป

🚧 กรมชลประทาน ได้เพิ่มการระบายน้ำทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกจาก 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 600–650 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อรักษาระดับน้ำให้สมดุล อย่างไรก็ตาม นายภราดรได้กำชับให้ดำเนินการอย่างระมัดระวัง ไม่ให้กระทบต่อพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนของประชาชนโดยรอบ

🤝 สำหรับมาตรการเยียวยา กระทรวงมหาดไทยและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะเร่งสำรวจและอนุมัติเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมในรอบใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ประสบอุทกภัยต่อเนื่องนาน 2–3 เดือน รวมถึงการพิจารณาช่วยเหลือกรณี “ดีดบ้านยกสูง” เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในระยะยาว

🌊 ด้าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยายังอยู่ภายใต้การควบคุม แม้มีความจำเป็นต้องระบายน้ำออกจากเขื่อนหลักอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้เขื่อนภูมิพลระบายน้ำวันละ 48 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนกิ่วลมเพิ่มอีก 6 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมมีน้ำไหลเข้าสู่แม่น้ำเจ้าพระยากว่า 54 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

📍 อัตราการไหลของน้ำที่หน้าเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 3,537 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูง แต่ยังควบคุมได้ โดยมีการระบายน้ำทั้งฝั่งซ้ายและขวารวม 637 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อป้องกันน้ำล้นตลิ่ง และคงระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย

นายธรรมนัสยืนยันว่า 🌦️ “สถานการณ์ในจังหวัดปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ จะไม่เลวร้ายกว่าปีที่ผ่านมา” พร้อมระบุว่ามรสุมตะวันตกเฉียงใต้เริ่มอ่อนกำลังลง ปริมาณฝนภาคเหนือและภาคกลางลดลง แต่ฝนจะเพิ่มขึ้นในพื้นที่ 14 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว

🚨 หน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้ได้รับคำสั่งให้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน เพื่อระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยให้มากที่สุด ลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด

🔹 จากการคาดการณ์ของกรมชลประทาน คาดว่าภายในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนธันวาคม 2568 ปริมาณการระบายน้ำที่สถานี C2 จังหวัดนครสวรรค์ จะลดลงเหลือ 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้สถานการณ์น้ำในพื้นที่ตอนล่างคลี่คลายลง นอกจากนี้ยังมีการประสานกับกรุงเทพมหานคร เพื่อรับน้ำบางส่วนเข้าสู่ระบบคลอง ซึ่งจะช่วยผลักดันน้ำเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำโดยรวม

🌍 ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทย บูรณาการการทำงานร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อรับมือภัยธรรมชาติอย่างรอบด้าน พร้อมเน้นย้ำว่า “ต้องทำงานเชิงรุก ไม่รอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ไข”

💬 นายสิริพงศ์ย้ำปิดท้ายว่า รัฐบาลมั่นใจว่าด้วยการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน จะสามารถควบคุมสถานการณ์น้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสียหายและผลกระทบต่อชีวิตประชาชนให้น้อยที่สุด


Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar