
(4 พ.ย. 68) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอให้ประเทศไทย ขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ Moto GP ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) โดยมีกรอบวงเงินงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขัน จำนวน 3,997.86 ล้านบาท หรือไม่เกินวงเงินตามสกุลเงินท้องถิ่นสำหรับกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน
จากการรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ปัจจุบันการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ Moto GP เป็นรายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและมีความเร็วสูงสุดในโลก เป็นกีฬาประเภทมอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีผู้ติดตามการแข่งขันจากการเข้าชม ณ สนามแข่ง และ การรับชมการถ่ายทอดสดผ่านระบบในรูปแบบต่าง ๆ กว่า 800 ล้านคน หรือจาก 207 ประเทศทั่วโลก โดยในปี 2561-2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก Moto GP ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ศักยภาพด้านการจัดการแข่งขันกีฬาของประเทศไทยสู่สายตาประชาคมโลก และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการจัดการแข่งขันและการเป็นศูนย์กลางด้านกีฬาในภูมิภาคอาเซียน ส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬา อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้แก่ประเทศได้มากถึง 24,927 ล้านบาท
จากผลการดำเนินงานในปี 2561-2568 ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ในการดึงดูดนักท่องเที่ยว เห็นได้จากผลการสำรวจที่พบว่ามีผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมการรับชมการแข่งขันเฉลี่ยกว่า 206,240 คน ต่อครั้ง ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนภายในประเทศ ทั้งภาคอุตสาหกรรมที่พัก อาหาร การเดินทาง และการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อต่อยอดความสำเร็จ และรักษาความต่อเนื่องในการสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจและส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ Moto GP อีก 5 ปี (2570-2574) โดยมีสาระสำคัญ การจัดการแข่งขัน ดังนี้
ภาพรวมการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ Moto GP
• เสนอตัวเป็นเจ้าภาพต่อเนื่อง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2570-2574
• ช่วงเวลาการจัดการแข่งขัน ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปี ปีละ 1 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน โดยประเทศไทยจะเป็นสนามแรกอย่างเป็นทางการในปฏิทินการแข่งขันตลอดทั้ง 5 ปี
• สถานที่จัดการแข่งขัน สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสนามแข่งขันที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากสหพันธ์จักรยานยนต์ระหว่างประเทศ (Federation of International Motorcycling : FIM)
• รูปแบบการแข่งขัน แบ่งเป็น 3 รุ่น
รุ่น MotoGP เป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ระดับพรีเมียร์ ใน World Championship อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FIM โดยมีชื่อเต็มคือ FIM Grand Prix World Championship (ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 1,000 ซีซี)
รุ่น Moto2 เป็นการแข่งขันรุ่นระดับกลางของการแข่งขัน FIM Grand Prix World Championship (ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 600 ซีซี)
รุ่น Moto3 เป็นการแข่งขันรุ่นเริ่มต้นของการแข่งขัน FIM Grand Prix Championship (ใช้รถจักรยานยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ 250 ซีซี)
• จำนวนผู้ร่วมแข่งขัน คาดว่าจะมีจำนวนผู้เข้าร่วมการแข่งขันรวมทั้ง 3 รุ่น จำนวน 76 คน
• จำนวนผู้เข้าชม คาดว่าจะมีจำนวนทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 1,050,000 คน
ปีที่ 1 จำนวน 200,000 คน
ปีที่ 2 จำนวน 205,000 คน
ปีที่ 3 จำนวน 210,000 คน
ปีที่ 4 จำนวน 215,000 คน
ปีที่ 5 จำนวน 220,000 คน
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ จะเป็นการสร้างโอกาสให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของโลก เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านกีฬายานยนต์ระหว่างประเทศไทยและนานาชาติ ช่วยพัฒนาบุคลากรด้านกีฬายานยนต์ของไทยที่ยั่งยืน ได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ใหม่และประสบการณ์ด้านต่าง ๆ จากผู้จัดงานระดับโลก ช่วยให้ไทยได้สัมผัสเทคโนโลยีขั้นสูงในด้านวิศวกรรมยานยนต์ สร้างความตื่นตัวของนักศึกษาสาขา STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) เป็นการเพิ่มจำนวนแรงงานที่มีทักษะสูงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพด้านการจัดงานระดับโลก (World Class Event) ส่งเสริมภาพลักษณ์ Sports Tourism ของไทยในเวทีโลก สร้างโอกาสในการแสดงศักยภาพการใช้ Soft Power ของประเทศ รวมถึงกระตุ้นการใช้จ่าย เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่เศรษฐกิจของประเทศในช่วงการจัดการแข่งขัน สร้างการจ้างงานทั้งทางตรงและทางอ้อมผ่านธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการบริการ การขนส่ง และการค้า โดยเฉพาะธุรกิจอุตสาหกรรมกีฬายานยนต์ ที่สำคัญช่วยเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น และช่วยลดอัตราการว่างงานในท้องถิ่น เป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructure) และนวัตกรรมพลังงานสะอาด
จากการที่ประเทศไทยได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ Moto GP ประจำปี 2570-2574 มีการประมาณการรายรับอยู่ที่ 700 ล้านบาท แต่การประมาณการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอยู่ที่ 4,697.86 ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อสมทบค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการดังกล่าว จำนวน 3,997.86 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าลิขสิทธิ์ (หลังจากหักรายรับ) ค่าภาษีที่เกี่ยวข้อง และค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงว่า ค่าลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันที่นอกเหนือจากประมาณการจะใช้จ่ายจากเงินรายได้ การบริหารสิทธิประโยชน์การแข่งขัน (ภาคเอกชน) และการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งหากไม่เพียงพอจะจัดทำคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้หากมีงบประมาณเหลือจ่ายจากการดำเนินงานให้นำส่งคืนเงินตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำนักงบประมาณ ได้พิจารณาแล้วเห็นชอบในหลักการเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ โมโต จีพี ประจำปี 2570-2574 กรอบวงเงินงบประมาณค่าใช้จ่ายในการจัดการแข่งขันจำนวน 3,997.86 ล้านบาท ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับการจัดการแข่งขันครั้งที่ผ่านมา ดังนั้น เพื่อให้โครงการบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นควรให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาด้วยความรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และการบูรณาการทุกภาคส่วน คำนึงถึงความประหยัดและความคุ้มค่าของการใช้จ่ายงบประมาณ และดำเนินการโดยพิจารณาถึงผลสัมฤทธิ์ประโยชน์สูงสุดของราชการและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ รวมทั้งขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดทำแผนปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ต้องใช้ในการเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน ให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน นำรายได้จากการบริหารสิทธิประโยชน์ในฐานะเจ้าภาพการจัดการแข่งขัน การสนับสนุนจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจมาสมทบการดำเนินงาน รวมทั้งการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และการใช้จ่ายจากเงินสะสมการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้ภาระต่องบประมาณอยู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่ก่อให้เกิดภาระด้านงบประมาณและการคลังในอนาคต
นอกจากนี้ควรพิจารณาความพร้อมในด้านต่าง ๆ วิธีการสร้างรายได้และมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการลงทุนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันและแนวทางการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนพิจารณาถึงการจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงในกรณีที่เงินรายได้จากการบริหารสิทธิประโยชน์การแข่งขันและเงินสนับสนุนจากภาคเอกชนไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งผลกระทบในทางลบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ Moto GP ประจำปี 2570-2574 (5 ปี) และเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง