<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/index/id/6</link>
<atom:link href="https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/index/id/6" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF–World Bank 2026 ระหว่างวันที่ ๑๒–๑๘ ต.ค. นี้ นายกฯ ย้ำเป็นวาระสำคัญของชาติ สร้างความเชื่อมั่นและยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/530691</link>
<guid isPermaLink="false">9c2275d7a122b5d5155d91bfe59887e6</guid>
<pubDate>Tue, 28 Jul 2026 12:17:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/20260728f321da9e8ed579fb04ce8a80.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>(27 ก.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเศรษฐกิจการเงินระดับโลก ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12&ndash;18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ประชุมได้รับทราบผลการตรวจประเมินความพร้อมของคณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งเดินทางมาติดตามความพร้อมของประเทศไทยระหว่างวันที่ 17-24 กรกฎาคม 2569 โดยผลการประเมินภาพรวมการเตรียมงานยังคงอยู่ในระดับ A ต่อเนื่องจากการประเมินเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยทั้งด้านสถานที่จัดประชุม การต้อนรับ การรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการภาพรวม ขณะที่ประเด็นด้านกระบวนการออกวีซ่า ซึ่งเป็นข้อห่วงใยของคณะผู้ประเมิน ได้รับการประสานงานและชี้แจงโดยกระทรวงการต่างประเทศจนเป็นที่พอใจของทั้ง IMF และ World Bank</p>

<p>นายกรัฐมนตรีได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกด้าน ทั้งการจัดประชุมด้านสารัตถะ พิธีการและการต้อนรับ ความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก การคมนาคม การประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการสถานที่ รวมถึงกำหนดการกิจกรรมสำคัญตลอดช่วงการประชุม เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยเป็นไปอย่างเรียบร้อย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้</p>

<p>รับทราบแนวทางการสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยผ่าน Thailand Pavilion ภายใต้แนวคิด &ldquo;New Horizon:&nbsp;</p>

<p>7 Decades of Building Resilience and Empowering People&rdquo; สะท้อนพัฒนาการของประเทศไทยตลอด&nbsp;</p>

<p>7 ทศวรรษที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งและภูมิคุ้มกันในทุกมิติ&nbsp;</p>

<p>พร้อมนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยผ่าน 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ Digital Public Infrastructure (DPI), Middle Power, Climate Resilience และ Longevity แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และต่อยอดความร่วมมือกับนานาประเทศในอนาคต</p>

<p>นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดการดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด โดยบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ติดตามภารกิจที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกรอบเวลา พร้อมจัดเตรียมแผนรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งด้านการอำนวยความสะดวก การรักษาความปลอดภัย การคมนาคม การบริหารจัดการเส้นทาง และการดูแลผู้แทนระดับสูงจากต่างประเทศ เพื่อให้การจัดประชุมเป็นไปอย่างราบรื่นตามมาตรฐานสากล พร้อมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันขับเคลื่อนการเตรียมความพร้อมมาอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำว่า ขณะนี้เหลือเวลาเตรียมการก่อนการประชุมเพียง 77 วัน จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องเร่งดำเนินงานในทุกมิติอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้การเป็นเจ้าภาพการประชุมฯ ถือเป็นวาระสำคัญของชาติ ที่สะท้อนภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศไทยในเวทีโลก การได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพครั้งนี้แสดงถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติต่อศักยภาพและความพร้อมของประเทศไทย จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจอย่างเต็มที่ ใช้โอกาสนี้สร้างความเชื่อมั่นและนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยต่อผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก และเชิญชวนทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดี เพื่อสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก และร่วมกันเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ</p>

<p>นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพการประชุมครั้งนี้นับเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะช่วยสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและคนไทยทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ การยกระดับภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ การแสดงศักยภาพชุมชนท้องถิ่นสู่สากล (Empowering Community: From Local to Global) ตลอดจนต่อยอดไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งในฐานะเจ้าภาพประเทศไทยได้ชูแนวคิดหลัก &ldquo;ขอบฟ้าใหม่ของไทย: สร้างพลังให้ประชาชน เสริมความพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง&rdquo; หรือ &ldquo;Thailand&rsquo;s New Horizons: Empowering People, Building Resilience&rdquo; โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาต่อยอดสู่แนวทางเศรษฐกิจโลก</p>

<p>ที่สมดุล ยั่งยืน มีภูมิคุ้มกัน และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง</p>

<p>สำหรับการขับเคลื่อนเชิงนโยบายบนเวทีโลกในครั้งนี้ รัฐบาลไทยได้เชื่อมโยงวิสัยทัศน์และนโยบายการคลังที่สอดรับความท้าทายในปัจจุบัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในทุกมิติผ่าน 4 เสาหลัก ที่เป็นประเด็นยุทธศาสตร์สำคัญและทุกประเทศกำลังขบคิดหาทางออก ประกอบด้วย</p>

<p>เสาที่ 1 การเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเติบโตที่ทั่วถึงและยืดหยุ่น (Digital and AI Transformation for Inclusive and Resilient Growth) ไทยสามารถเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่น ๆ ในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐ (Digital Public Infrastructure: DPI) อาทิ ระบบพร้อมเพย์ และ Cross-Border QR และการนำข้อมูลและเทคโนโลยี AI มาใช้ในการส่งผ่านมาตรการและบริการภาครัฐและสาธารณสุข เพื่อวางกรอบนโยบายที่แม่นยำและตรงเป้าหมาย</p>

<p>เสาที่ 2 การขยายบทบาทของประเทศขนาดกลางในโลกที่มีความแตกแยกสูงเพื่อให้ไทยสามารถเป็นสะพานเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างประเทศ (Building Resilience in a Fragmented World) นำเสนอศักยภาพของไทย</p>

<p>ในการเป็น &ldquo;Trusted Hubs&rdquo; ทางการค้า การเงิน และการลงทุนของเอเชีย พร้อมส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่มีความยืดหยุ่นและความร่วมมือรูปแบบใหม่</p>

<p>เสาที่ 3 การสร้างสถาปัตยกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่เพื่อรองรับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Building a New Financial Architecture for Climate Adaptation) ผ่านการปฏิรูปสถาปัตยกรรมทางการเงิน เพื่อสนับสนุนการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สมดุล</p>

<p>เสาที่ 4 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและเศรษฐกิจแห่งการมีอายุยืน (Demographic Change and the Longevity Economy) เปลี่ยนความท้าทายสังคมสูงวัยให้เป็นโอกาสขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเตรียมพร้อมทางการเงิน</p>

<p>นอกจากนี้อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทยและ Soft Power ที่จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทย และสร้างความประทับใจให้กับผู้แทนจากทั่วโลก โดยคัดสรรผ้าทอและผ้าพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นจาก 21 จังหวัด 26 ชุมชน รวมทั้งสิ้น 37 ลายอัตลักษณ์ทั่วไทย อาทิ ผ้าทอตีนจกไทลื้อ ผ้าขาวม้าลายช้าง และผ้าบาติกพิมพ์ลาย &ldquo;บุปผาบรมราชินีนาถ&rdquo; นำมาใช้ตกแต่งและสะท้อนคุณค่าภูมิปัญญาไทยสู่สายตาสากล ภายในงานยังมีการจัดแสดงและเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นสินค้า GI ของประเทศไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติได้สัมผัสกับรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ข้าวหอมมะลิ ไทยแท้ 100% คุณภาพ</p>

<p>พรีเมียมคัดพิเศษ ที่สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนแผ่นดินไทยและวิถีเกษตรกรรม อันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของภูมิภาค</p>

<p>ด้าน นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ด้วยความโดดเด่นด้านระบบการเงินดิจิทัลระดับโลกที่ประเทศไทยพัฒนาขึ้น ทั้งระบบพร้อมเพย์ และการชำระเงินข้ามประเทศ (Cross-border QR) ในการประชุมครั้งนี้ ธปท. จึงมุ่งนำเสนอศักยภาพการพัฒนาโลกการเงินยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดการสร้างระบบการเงินดิจิทัลที่ปลอดภัยและทั่วถึง (Safe &amp; Inclusive Digital Finance: SIDF) เพื่อแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า นอกจากความรวดเร็วแล้ว ระบบการเงินดิจิทัลต้องมีทั้งความปลอดภัยและสร้างการเข้าถึงที่เท่าเทียม (Inclusive) สำหรับคนทุกกลุ่ม การที่ระบบการเงินจะปลอดภัยและทั่วถึงได้ ต้องมีกลไก 3 ด้านด้วยกัน คือ (1) จัดการกับภัยทุจริตทางดิจิทัล (Fraud, scams, and digital crimes) ที่กระทบความเชื่อมั่นในระบบการเงินโดยตรง (2) ลดความเสี่ยงของภัยไซเบอร์ (Cyber resilience) เพื่อให้ระบบการเงินรองรับความเสี่ยงจากเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันระบบการเงินยังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานและผู้ให้บริการที่มีความกระจุกตัวสูง และ (3) สร้างระบบนิเวศทางการเงิน (Enabling ecosystem) ที่เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม เพื่อป้องกันการถูกกีดกันการเข้าถึงบริการทางการเงินและความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในยุคที่การเข้าถึง AI และ digital footprint อาจสร้างความเหลื่อมล้ำในรูปแบบใหม่ หากขาดการออกแบบนโยบายที่รอบคอบ หัวใจสำคัญ คือ การวางนโยบายการเงินที่มองเห็นคนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่แค่เพียงสร้างภูมิคุ้มกัน ภัยไซเบอร์ทางการเงินให้แก่ประชาชน แต่ในขณะเดียวกันจะช่วยปลดล็อกให้คนตัวเล็ก อาทิ กลุ่มผู้เปราะบาง กลุ่มผู้สูงอายุ ตลอดจนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนและสินเชื่อได้อย่างเป็นธรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของทุกคนให้มีความปลอดภัยและเท่าเทียมกัน</p>

<p>ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุม ธปท. พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ผ่านกรอบนโยบาย &lsquo;Bangkok Blueprint&rsquo; ซึ่งเป็นผลลัพธ์ระดับโลกที่จะเกิดขึ้น ภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับ The International Monetary Fund และ The World Bank Group ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น &ldquo;เข็มทิศนโยบาย&rdquo; ที่ประเทศต่าง ๆ สามารถนำไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาให้เหมาะกับบริบทของตนเอง เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระบบการเงินยุคดิจิทัล โดยแนวทางนี้จะครอบคลุมตั้งแต่การวางรากฐานเชิงนโยบายและกฎหมายที่เข้มแข็ง การป้องกันและตรวจจับภัยทุจริต การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและระหว่างประเทศ ตลอดจนการยกระดับความรู้และภูมิคุ้มกันของประชาชน&ldquo;Bangkok Blueprint นี้ ถูกวางให้เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ของการประชุมครั้งนี้ และจะเป็นส่วนสำคัญที่เชื่อมโยง</p>

<p>ธีมของไทยกับธีมโลก เนื่องจากภัยการเงินดิจิทัลจะเป็นความท้าทายที่ทั่วโลกจะต้องพบเจอ สะท้อนให้เห็นว่าไทย</p>

<p>มีแนวคิดที่เป็นสากล และเป็นผู้นำทางความคิดในการจุดประกายให้กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ลงมือทำได้จริง เพื่อลดปัญหาและสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศอย่างเป็นรูปธรรม</p>

<p>&nbsp;</p>

<p>#ไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม #IMFWorldBank2026 #12ถึง18ตุลาคมนี้ #นายกย้ำเป็นวาระสำคัญของชาติ #เวทีสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ประเทศ #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/202608113e1dd7bf197b1070077abe3c573cf3c2121758.jpg' type='image/jpg' length='1651942' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เห็นชอบปรับปรุงเกณฑ์บุคคล-รถ ทบทวนสิทธิถึง 31 ส.ค. เริ่มใช้สิทธิ 1 ต.ค. ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมรับสิทธิต่อเนื่องถึง 30 ก.ย. นี้]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/530689</link>
<guid isPermaLink="false">3cc434fc835feb2f55d6e41d4fc191fe</guid>
<pubDate>Tue, 28 Jul 2026 12:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/202607290573d14c0aea9d6fcf308f2c.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>กระทรวงการคลังได้ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 พบว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทั้งหมด 18.82 ล้านราย และมีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ฯ จำนวน 9,314,253 ราย ภายหลังประกาศผลได้มีเสียงสะท้อนของประชาชนผู้เดือดร้อนที่ไม่ผ่านการคัดกรองและมีความจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ เช่น เป็นผู้ที่มีชื่อครอบครองรถเก่าที่หมดสภาพใช้งานแล้วแต่ยังมีข้อมูลค้างในทะเบียน หรือผู้ที่กำลังศึกษาต่อเพื่อพัฒนาตนเอง ซึ่งหลักเกณฑ์ยังไม่สะท้อนสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริง คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเห็นชอบให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายเดิมยังคงได้รับสิทธิประโยชน์อย่างต่อเนื่องถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพในระหว่างการปรับปรุงฐานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบเพื่อให้การจัดสวัสดิการของภาครัฐมีความแม่นยำ ครอบคลุม และสอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่ที่แท้จริงของประชาชน ส่วนผู้ที่ได้รับสิทธิตามโครงการฯ ปี 2569 ทุกราย เริ่มใช้สิทธิประชารัฐสวัสดิการในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สำหรับการปรับปรุงเกณฑ์ผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีเป็นนักเรียน นักศึกษา ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวมผู้เรียนในระบบการศึกษานอกระบบสำหรับผู้เรียoทุกช่วงวัยกรณีเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัท ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคมหรือเป็นวิสาหกิจชุมชนและกรณีผู้มีบัญชีฝากหลักทรัพย์และบัญชีถือครองตราสารหนี้ ให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่รวมบัญชีที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์/ตราสารหนี้ หรือมีกรรมสิทธิ์ในหลักทรัพย์/ตราสารหนี้ ที่มีมูลค่ารวมกันต่ำมากตามที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนด ส่วนเกณฑ์รถให้ปรับปรุงข้อมูลโดยไม่นับรวมรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี (เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูงหรือรถจักรยานยนต์สะสม) รถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรมที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี (เว้นแต่เป็นรถยนต์มูลค่าสูงหรือรถยนต์สะสมตามชนิด แบบ รุ่น ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด)เพื่อให้ประชาชนมีระยะเวลาที่เพียงพอในการขอทบทวนสิทธิ ได้ขยายระยะเวลาการทบทวนสิทธิถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 และขยายเวลาในการแก้ไขข้อมูล ณ หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ถึงวันที่ 20 กันยายน 2569<br />
<br />
#ครมเห็นชอบปรับปรุงเกณฑ์บุคคลรถ #ทบทวนสิทธิถึง31สิงหาคม #เริ่มใช้สิทธิ1ตุลาคม #ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมรับสิทธิต่อเนื่องถึง30กันยายน #กระทรวงการคลัง #นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/2026081171afb906c979ff45f948eec3ec5a1911121426.jpg' type='image/jpg' length='1463323' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[Thailand² ยกกำลังประเทศไทย ผนึก 5 กระทรวง ยกระดับทุนมนุษย์ พัฒนาการศึกษา-ปลดหนี้-Upskill คนไทยทุกช่วงวัย]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/530684</link>
<guid isPermaLink="false">b7a4616b6ce7a84409dc9cd707a6fc4e</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 12:08:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/753164223_4467915746757004_90950.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงานสัมมนาครั้งประวัติศาสตร์ &ldquo;THAILAND&sup2; ยกกำลังประเทศไทย ยกระดับทุนมนุษย์&rdquo; ได้มุ่งเน้นการลงทุนกับสิ่งที่มีค่าที่สุดคือคนไทย เปิดโอกาสให้คนทุกช่วงวัยเข้าถึงการศึกษา การพัฒนาทักษะแบบ Upskill และ Reskill เพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในอนาคต และการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการผนึกกำลังของ 5 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย ศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้นำเสนอแผนปฏิบัติการ &ldquo;Lifelong Support&rdquo; เพื่อการดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนตลอดช่วงชีวิต พร้อมทั้งแถลงผลงานรอบ 90 วันของทั้ง 5 กระทรวง ซึ่งส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านนโยบาย TCAS69 เท่าเทียม การสร้างความมั่นคงทางอาชีพและรายได้สำหรับเกษตรกรและผู้ใช้แรงงาน การพักชำระหนี้และลดหนี้ให้เกษตรกร การยกระดับสิทธิสวัสดิการผู้ประกันตนและกลุ่มเปราะบาง การเข้าถึงบริการสาธารณสุขดิจิทัลและสวัสดิการสังคมอย่างทั่วถึง ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้งหมดนี้คือเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของรัฐบาลในการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด เพื่อพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยให้มีความเข้มแข็ง มีรายได้ และพร้อมขับเคลื่อนประเทศไปสู่การเป็นเศรษฐกิจใหม่ในระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืนโดยไม่ทิ้งผู้ใดไว้ข้างหลัง<br />
<br />
<a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%A1%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1?__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3?__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กระทรวงศึกษาธิการ</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99?__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กระทรวงแรงงาน</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C?__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C?__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A520%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87?__tn__=*NK*F" role="link" tabindex="0">#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/2026081176dcdc5fd64deef2b77cece267a9cf2b120826.jpg' type='image/jpg' length='116982' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติงบกลาง 843 ล้านบาท ฟื้นฟูระบบชลประทาน 5 จังหวัดภาคใต้ เพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง แก้น้ำท่วมหาดใหญ่]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/530682</link>
<guid isPermaLink="false">70b00d090820fb42a5cf0f5fcbf37ec7</guid>
<pubDate>Wed, 22 Jul 2026 12:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/202607228ae8a20fcae67797ff7bbc93.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 843.26 ล้านบาท ให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย</p>

<p>ปี พ.ศ. 2568 เพื่อฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านชลประทานให้กลับมาอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงอาคารและระบบชลประทานให้สามารถรองรับปริมาณน้ำหลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำท่วมและน้ำท่วมขัง ตลอดจนเตรียมความพร้อมรองรับภัยอันเกิดจากน้ำในอนาคต โครงการดังกล่าวจะดำเนินการในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวมทั้งสิ้น 67 รายการ โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้กรมชลประทานปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานของทางราชการอย่างเคร่งครัดในทุกขั้นตอน พร้อมติดตามผลการดำเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ที่กำหนด โดยคำนึงถึงความประหยัด ความคุ้มค่าในการใช้จ่ายงบประมาณ และประโยชน์สูงสุดที่ประชาชนจะได้รับ นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงินก่อหนี้ผูกพันและขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ สำหรับงานจ้างก่อสร้างคลองระบายน้ำพร้อมอาคารประกอบ ความยาว 4 กิโลเมตร โครงการคลองระบายน้ำคลองตง ตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จาก 315 ล้านบาท เป็น 359.52 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 44.52 ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพันจากปีงบประมาณ พ.ศ. 2563&ndash;2568 เป็น พ.ศ. 2563&ndash;2570 เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ตำบลพะตงและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งประสบปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝนเป็นประจำ ช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำของจังหวัดสงขลาในระยะยาว</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87843%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97?__cft__[0]=AZYgLxIfYBybX7f9exmspx_S2OrhlSRMLlARAu2Ep99pg9B72B0yR8-O5ykuv55OKsFaLktZf-_2jHmgI93OXaQ67hol3fEvjLJdW30AnVoZ0fU2jimgONMWS2yY_jzf4NnzC0yt4iVZJVdR4h88n1scImt_M3BexlQvkyzt4A6ZPQ&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ครมอนุมัติงบกลาง843ล้านบาท</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%9F%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9F%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%8A%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%995%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B9%83%E0%B8%95%E0%B9%89?__cft__[0]=AZYgLxIfYBybX7f9exmspx_S2OrhlSRMLlARAu2Ep99pg9B72B0yR8-O5ykuv55OKsFaLktZf-_2jHmgI93OXaQ67hol3fEvjLJdW30AnVoZ0fU2jimgONMWS2yY_jzf4NnzC0yt4iVZJVdR4h88n1scImt_M3BexlQvkyzt4A6ZPQ&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ฟื้นฟูระบบชลประทาน5จังหวัดภาคใต้</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%87?__cft__[0]=AZYgLxIfYBybX7f9exmspx_S2OrhlSRMLlARAu2Ep99pg9B72B0yR8-O5ykuv55OKsFaLktZf-_2jHmgI93OXaQ67hol3fEvjLJdW30AnVoZ0fU2jimgONMWS2yY_jzf4NnzC0yt4iVZJVdR4h88n1scImt_M3BexlQvkyzt4A6ZPQ&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#เพิ่มวงเงินโครงการคลองระบายน้ำคลองตง</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88?__cft__[0]=AZYgLxIfYBybX7f9exmspx_S2OrhlSRMLlARAu2Ep99pg9B72B0yR8-O5ykuv55OKsFaLktZf-_2jHmgI93OXaQ67hol3fEvjLJdW30AnVoZ0fU2jimgONMWS2yY_jzf4NnzC0yt4iVZJVdR4h88n1scImt_M3BexlQvkyzt4A6ZPQ&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#แก้น้ำท่วมหาดใหญ่</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C?__cft__[0]=AZYgLxIfYBybX7f9exmspx_S2OrhlSRMLlARAu2Ep99pg9B72B0yR8-O5ykuv55OKsFaLktZf-_2jHmgI93OXaQ67hol3fEvjLJdW30AnVoZ0fU2jimgONMWS2yY_jzf4NnzC0yt4iVZJVdR4h88n1scImt_M3BexlQvkyzt4A6ZPQ&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A520%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87?__cft__[0]=AZYgLxIfYBybX7f9exmspx_S2OrhlSRMLlARAu2Ep99pg9B72B0yR8-O5ykuv55OKsFaLktZf-_2jHmgI93OXaQ67hol3fEvjLJdW30AnVoZ0fU2jimgONMWS2yY_jzf4NnzC0yt4iVZJVdR4h88n1scImt_M3BexlQvkyzt4A6ZPQ&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/20260811438ee1365af34ebd60c153b4668228e8120520.jpg' type='image/jpg' length='132566' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม.ทบทวนมาตรการฟรีวีซ่า ยกเลิกสิทธิพำนัก 60 วัน ปรับเป็น 30 และ 15 วัน ป้องกันอาชญากรรม–ความมั่นคง]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/523773</link>
<guid isPermaLink="false">649fce8603d95be1ff36dac5aefc15b1</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 11:50:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/20260715f88ba70097845f49817f87c7.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราและการให้สิทธิการตรวจลงตราของไทยเพิ่มเติม ตามที่กระทรวงการต่างประเทศ เสนอ เพื่อให้การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ป้องกันการใช้สิทธิผิดวัตถุประสงค์ และยึดหลัก &ldquo;1 ประเทศ 1 สิทธิ&rdquo; โดยยกเลิกมาตรการยกเว้นการตรวจลงตราแบบพำนักไม่เกิน 60 วันสำหรับ 93 ประเทศและดินแดน พร้อมปรับสิทธิใหม่ให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และหลักต่างตอบแทน ซึ่งมาตรการใหม่กำหนดให้ 59 ประเทศและดินแดนได้รับสิทธิยกเว้นการตรวจลงตราเพื่อการท่องเที่ยวและพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน โดยเพิ่มสิทธิให้ 6 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย โครเอเชีย บัลแกเรีย ไซปรัส มอลตา และ<br />
มัลดีฟส์ ส่งผลให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศได้รับสิทธิในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การเจรจายกเว้นวีซ่าเชงเกนสำหรับคนไทย และการจัดทำความตกลงทางเศรษฐกิจระหว่างกัน ให้มอริเชียสและเซเชลส์ได้รับสิทธิพำนักเพื่อการท่องเที่ยวไม่เกิน 15 วัน และกำหนดให้สิทธิการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมือง หรือ Visa on Arrival ใน 3 ประเทศ ได้แก่ อาเซอร์ไบจาน เบลารุส และเซอร์เบีย ยกเลิกสิทธิ Visa on Arrival ของอินเดีย เพื่อไม่ให้เกิดสิทธิซ้ำซ้อน ภายหลังการทบทวน&nbsp;<br />
จะมีประเทศและดินแดนที่ได้รับสิทธิตามมาตรการต่าง ๆ รวม 65 ประเทศและดินแดน โดยร่างประกาศกระทรวงมหาดไทยที่เกี่ยวข้อง 5 ฉบับ จะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้น 15 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยก่อนมาตรการใหม่มีผลใช้บังคับยังคงพำนักได้ตามสิทธิเดิมที่เหลืออยู่ โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงจะยกระดับระบบ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) เพื่อคัดกรองประวัติและตรวจสอบการเดินทางเข้า&ndash;ออกของชาวต่างชาติ การทบทวนมาตรการครั้งนี้ไม่ได้มุ่งลดโอกาสด้านการท่องเที่ยว แต่ป้องกันไม่ให้มาตรการด้านวีซ่าถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการกระทำผิดกฎหมาย</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/2026072019c96e84e3aeb824912a530359287ca9115029.jpg' type='image/jpg' length='133993' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. เคาะสูตร “CARE” ปรับบำนาญชราภาพใหม่ ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นธรรม]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/523769</link>
<guid isPermaLink="false">9d0c3f6dd5acc9e8dd35b03272d4749d</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 11:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/20260715116abcd9c30631a095838585.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>(14 ก.ค. 69) คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการคำนวณเงินบำนาญชราภาพกองทุนประกันสังคม ให้มีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนมากยิ่งขึ้น</p>

<p>นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์การคำนวณบำนาญชราภาพรูปแบบใหม่ หรือ &ldquo;สูตร CARE&rdquo; (Career Average Revalued Earnings) มีเป้าหมายยกระดับความเป็นธรรมในการคุ้มครองผู้ประกันตน สะท้อนระยะเวลาการส่งเงินสมทบที่แท้จริง และสร้างความยั่งยืนให้กองทุนประกันสังคมในระยะยาว โดยการปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่</p>

<p>- การปรับวิธีคำนวณเงินบำเหน็จชราภาพสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบต่ำกว่า 12 เดือน จากเดิมที่ได้รับคืนเฉพาะเงินสมทบในส่วนของผู้ประกันตน ให้ได้รับเงินบำเหน็จจากทั้งส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทน ภายใต้หลักเกณฑ์เดียวกับผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป</p>

<p>- ปรับวิธีคำนวณอัตราบำนาญสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบเกิน 180 เดือน โดยจากเดิมที่คิดอัตราเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อการส่งเงินสมทบครบทุก 12 เดือน และไม่นำเศษเดือนมาคำนวณ จะเปลี่ยนเป็นการคิดเพิ่มตามจำนวนเดือนที่ส่งเงินจริงในอัตราร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์สอดคล้องกับระยะเวลาการส่งเงินสมทบมากยิ่งขึ้น</p>

<p>- ปรับฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินบำนาญ จากเดิมที่ใช้ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณ มาเป็นการใช้ค่าจ้างเฉลี่ยตลอดระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ โดยนำค่าจ้างในอดีตมาปรับเป็นมูลค่าเงินปัจจุบันก่อนคำนวณตามหลักการ CARE เพื่อสะท้อนรายได้ตลอดชีวิตการทำงาน ลดความได้เปรียบเสียเปรียบจากการเปลี่ยนแปลงรายได้ในช่วงท้ายของการทำงาน</p>

<p>- กำหนดมาตรการรองรับผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นเวลา 5 ปี สำหรับผู้ที่กำลังจะเริ่มรับบำนาญและได้รับเงินบำนาญตามสูตรใหม่ต่ำกว่าสูตรเดิม โดยจะได้รับเงินชดเชยในอัตราลดหลั่นกันเริ่มจากร้อยละ 100 ในปีแรก ร้อยละ 80 ในปีที่สอง ร้อยละ 60 ในปีที่สาม ร้อยละ 40 ในปีที่สี่ และร้อยละ 20 ในปีที่ห้า นับจากวันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ สำหรับผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้ว หากนำสูตรใหม่มาคำนวณและพบว่าได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น สำนักงานประกันสังคมจะปรับเพิ่มเงินบำนาญให้ในงวดถัดไป แต่จะไม่มีการจ่ายย้อนหลังสำหรับงวดที่ผ่านมาโดยร่างกฎกระทรวงนี้กำหนดให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 180 วัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา</p>

<p>การปรับปรุงสูตรบำนาญชราภาพครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบประกันสังคมไทย จะทำให้ผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ได้รับการคำนวณเงินบำนาญที่สะท้อนการนำส่งเงินสมทบตลอดช่วงชีวิตการทำงานมากยิ่งขึ้น มีความเป็นธรรม สมดุล สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป สร้างหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณให้แก่ผู้ประกันตนอย่างยั่งยืนในอนาคต และสอดคล้องกับมาตรฐานสากลของหลายประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Co-operation and Development : OECD) ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้แก่กองทุนประกันสังคมในระยะยาว</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/202607208a03939fa4ab7b392719abceebcc8c63113319.jpg' type='image/jpg' length='1366942' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. ปรับเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิ ประกาศผล 17 ก.ค. นี้]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/523767</link>
<guid isPermaLink="false">26b3e43205c37722b49285c6d92d05fb</guid>
<pubDate>Mon, 20 Jul 2026 11:31:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/748264950_1750984626242066_42293.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>ครม. ปรับเกณฑ์ใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพิ่มกลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิ ประกาศผล 17 ก.ค. นี้</p>

<p>คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เสนอ ซึ่งการปรับปรุงเกณฑ์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีเป้าหมายเพื่อให้การช่วยเหลือของรัฐบาลเข้าถึงผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง และผู้ที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง นายกรัฐมนตรีจึงได้สั่งการให้มีการทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและข้อเท็จจริง ดังนี้ 1. เพิ่มเติมกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ปี 2569 โดยนำกลุ่มเปราะบางที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เป็นกลุ่มชายขอบและกลุ่มตกหล่น จำนวน 5.4 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ 2. ไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐในส่วนกรณีบิดามารดาของผู้มีเงินได้ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดามาใช้ 3. การพิจารณาเกณฑ์คุณสมบัติกรณีมีวงเงินสินเชื่อรวม 100,000 บาท จะไม่นับรวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรกรรม โดยจะมีการประกาศผลการพิจารณาในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย) เมื่อประกาศผลแล้ว</p>

<p>ผู้ได้รับสิทธิที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายเดิม) ไม่ต้องยืนยันตัวตน ส่วนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (รายใหม่) ต้องทำการยืนยันตัวตนทุกคน ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือ หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง สำหรับการใช้สิทธิ</p>

<p>ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 และผู้ได้รับสิทธิรายใหม่ เริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ส่วนผู้ไม่ได้รับสิทธิสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตั้งแต่วันที่ 17 &ndash; 31 กรกฎาคม 2569</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/202607202ce16e2de901f972395cfbaa837ab978113153.jpg' type='image/jpg' length='126421' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[นายกฯ เปิดเวที ABAC ดัน Thailand FastPass ลดอุปสรรคการลงทุน หนุน FTA ยกระดับเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/530675</link>
<guid isPermaLink="false">8aad1acf05431d6a5d97933bce4db377</guid>
<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 11:57:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/202607085cbd2838285a6bbe85a139d1.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ร่วมกับ สำนักนายกรัฐมนตรี</p>

<p>ขอเชิญร่วมประกวดเรียงความเฉลิมพระเกียรติ</p>

<p>สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๙๙ พรรษา ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๙</p>

<p>ชิงโล่รางวัลประทาน และ ชิงรางวัลกว่า ๕๕,๐๐๐ บาท</p>

<p>นายกฯ เปิดเวที ABAC ดัน Thailand FastPass ลดอุปสรรคการลงทุน หนุน FTA ยกระดับเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก</p>

<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุม APEC Business Advisory Council (ABAC) ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 9 กรกฎาคม 2569 โดยกล่าวว่า ABAC เป็นกลไกสำคัญของ APEC ที่สะท้อนข้อเท็จจริงจากการดำเนินธุรกิจมาสู่กระบวนการกำหนดนโยบายของภาครัฐได้อย่างแท้จริง เน้นย้ำว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนคือหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนในยุคที่โลกเผชิญความไม่แน่นอน หนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาล คือการทำให้ไทยเป็นจุดหมายของการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยได้ผลักดันโครงการ Thailand FastPass เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุน ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน ทำให้ดำเนินการได้รวดเร็ว โปร่งใส และคาดการณ์ได้มากขึ้น และสนับสนุนการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) คุณภาพสูง สร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจในการตัดสินใจลงทุน ผลิต และขยายกิจการ รัฐบาลพร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจและผลักดันข้อเสนอจาก ABAC ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน การขยายตัวของการค้า และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ตลอดระยะเวลา 3 วันของการประชุม ABAC ผู้นำภาคธุรกิจจาก 21 เขตเศรษฐกิจเอเปค และภาคเอกชนไทยจะได้ร่วมกันพิจารณาและผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายในประเด็นสำคัญ ได้แก่ การค้า การลงทุน เศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว และการสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน ก่อนนำผลลัพธ์ไปพัฒนาเป็น ABAC Report to APEC Economic Leaders เพื่อนำเสนอต่อผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคในการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ณ สาธารณรัฐ ประชาชนจีน ในช่วงปลายปีนี้ การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงภาคเอกชนไทยเข้ากับเครือข่ายธุรกิจระดับภูมิภาค ผลักดันข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทย และร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของเอเปค</p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%97%E0%B8%B5abac?__cft__[0]=AZbyvrCu28sr8zaF0Pg0BXXYeKE0VbHd-FsUaMiQzKmWTuAACp1J08g9OwXy0lNr_AF_CFUl0qsOBvXIsLVgXHf8ci4WgOmQMHSbjBkW1eNELx4Qk45TaenG6JIgLPXBWXMY0uNrPj08vRe2zCutJKwxFAvhFvrf6oyTU7Fmulyk6g&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นายกเปิดเวทีABAC</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/thailandfastpass%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%9B%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%99?__cft__[0]=AZbyvrCu28sr8zaF0Pg0BXXYeKE0VbHd-FsUaMiQzKmWTuAACp1J08g9OwXy0lNr_AF_CFUl0qsOBvXIsLVgXHf8ci4WgOmQMHSbjBkW1eNELx4Qk45TaenG6JIgLPXBWXMY0uNrPj08vRe2zCutJKwxFAvhFvrf6oyTU7Fmulyk6g&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#ThailandFastPassลดอุปสรรคการลงทุน</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%99fta%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%90%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%8B%E0%B8%B4%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%81?__cft__[0]=AZbyvrCu28sr8zaF0Pg0BXXYeKE0VbHd-FsUaMiQzKmWTuAACp1J08g9OwXy0lNr_AF_CFUl0qsOBvXIsLVgXHf8ci4WgOmQMHSbjBkW1eNELx4Qk45TaenG6JIgLPXBWXMY0uNrPj08vRe2zCutJKwxFAvhFvrf6oyTU7Fmulyk6g&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#หนุนFTAยกระดับเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก</a></p>

<p><a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5?__cft__[0]=AZbyvrCu28sr8zaF0Pg0BXXYeKE0VbHd-FsUaMiQzKmWTuAACp1J08g9OwXy0lNr_AF_CFUl0qsOBvXIsLVgXHf8ci4WgOmQMHSbjBkW1eNELx4Qk45TaenG6JIgLPXBWXMY0uNrPj08vRe2zCutJKwxFAvhFvrf6oyTU7Fmulyk6g&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นายกรัฐมนตรี</a> <a href="https://www.facebook.com/hashtag/%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A520%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87?__cft__[0]=AZbyvrCu28sr8zaF0Pg0BXXYeKE0VbHd-FsUaMiQzKmWTuAACp1J08g9OwXy0lNr_AF_CFUl0qsOBvXIsLVgXHf8ci4WgOmQMHSbjBkW1eNELx4Qk45TaenG6JIgLPXBWXMY0uNrPj08vRe2zCutJKwxFAvhFvrf6oyTU7Fmulyk6g&amp;__tn__=*NK-R" role="link" tabindex="0">#นโยบายรัฐบาล20กระทรวง</a></p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/202608112b841779d760718eba9d8a9db6a55e26115909.jpg' type='image/jpg' length='1432967' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ครม. อนุมัติให้ “คลัง” กู้เงิน ธนาคารโลก 4,550 ล้าน สร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/530672</link>
<guid isPermaLink="false">829b62b9da578cc836251f9d21f536b5</guid>
<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 11:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/20260708da8dc1e6e81714fb8a86bc21.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>(7 ก.ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยที่ประชุมมีมติอนุมัติและเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ดังนี้</p>

<p>1. อนุมัติให้กระทรวงการคลัง กู้เงินในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยจากธนาคารโลก โดยธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและการพัฒนา (International Bank for Reconstruction and Development: IBRD) วงเงินรวมทั้งสิ้น 140.76 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,550 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะลันตา ตำบลเกาะลันตากลาง - ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ (โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ) และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง (โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ) ซึ่งเป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ที่อนุมัติให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงชนบท ดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ โดยใช้จ่ายจากเงินกู้และเงินงบประมาณในอัตราส่วน 70 : 30 ซึ่งโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ ใช้จ่ายจากเงินกู้ 1,260 ล้านบาท เงินงบประมาณ 589.50 ล้านบาท รวม 1,849.50 ล้านบาท และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ ใช้จ่ายจากเงินกู้ 3,290 ล้านบาท เงินงบประมาณ 1,539.25 ล้านบาท รวม 4,829.25 ล้านบาท รวมทั้ง 2 โครงการ ใช้จ่ายจากเงินกู้ 4,550 ล้านบาท จากเงินงบประมาณ 2,128.75 ล้านบาท รวม 6,678.75 ล้านบาท ทั้งนี้ วงเงินกู้ทั้ง 2 โครงการ ได้รับการบรรจุไว้ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้แผนก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแผนดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569</p>

<p>2. อนุมัติให้กระทรวงการคลัง รับความช่วยเหลือแบบให้เปล่าจากธนาคารโลก โดย IBRD วงเงินรวมทั้งสิ้น 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 129.30 ล้านบาท เพื่อดำเนินกิจกรรมตามแผนอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลา ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกรอบค่าใช้จ่ายสำหรับแผนดังกล่าวไว้แล้ว เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2568</p>

<p>3. เห็นชอบร่างสัญญาเงินกู้ (Loan Agreement) ร่างข้อตกลงรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า (Grant Agreement) และเอกสารที่เกี่ยวข้องของโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ตำบลเกาะลันตากลาง - ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ (โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ) และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา - อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง (โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ) และเห็นชอบในการระบุให้ใช้อนุญาโตตุลาการในการระงับข้อพิพาทตามเงื่อนไขที่กำหนดในเอกสารเงื่อนไขทั่วไป (General Conditions) ฉบับวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 และเอกสารเงื่อนไขมาตรฐาน (Standard Conditions) ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562</p>

<p>4. อนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังหรือผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างสัญญาเงินกู้และร่างข้อตกลงรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า</p>

<p>5. ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) จัดทำคำรับรองทางกฎหมาย (Legal Opinion) สำหรับสัญญาเงินกู้โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ ในโอกาสแรก ภายหลังจากที่ได้มีการลงนามในสัญญาเงินกู้ดังกล่าวแล้ว</p>

<p>6. ให้กรมทางหลวงชนบท กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมประมง ปฏิบัติตามหน้าที่ความรับผิดชอบที่ระบุไว้ในคู่มือปฏิบัติงาน (Project Administration Manual: PAM) ร่างสัญญาเงินกู้ ร่างข้อตกลงรับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า กฎข้อบังคับต่าง ๆ ของธนาคารโลก และเอกสารแนบท้ายสัญญาที่เกี่ยวข้องของโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตาฯ และโครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ รวมทั้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/20260811d6bf43585284c0fec13760c848e21384115637.jpg' type='image/jpg' length='1346979' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ กรมควบคุมโรคเตือน กินปลาน้ำจืดดิบเสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับ สาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งท่อน้ำดี]]></title>
<link>https://nongkhai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/530671</link>
<guid isPermaLink="false">2a642f6a17a299f259b1f28e2a7c6f2c</guid>
<pubDate>Wed, 08 Jul 2026 11:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><img alt="" src="https://nongkhai.prd.go.th/cms/s169/u83/20260708be680567a3893bb65282d8ff.jpg" style="width: 1080px; height: 1080px;" /></p>

<p>(7 ก.ค. 69) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แจ้งเตือนผู้ที่รับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เสี่ยงโรคพยาธิใบไม้ตับ สาเหตุหลักของโรคมะเร็งท่อน้ำดีในคนไทย พยาธิใบไม้ตับ (Opisthorchis viverrini หรือ OV) เป็นพยาธิตัวแบนที่อาศัยอยู่ในท่อน้ำดีของมนุษย์ โดยมีวงจรชีวิตผ่านตัวอ่อนที่อาศัยอยู่ในเกล็ด หาง ครีบ และเนื้อของ &ldquo;ปลาน้ำจืดเกล็ดขาว&rdquo; เช่น ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาซิว เมื่อคนรับประทานปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ปลาส้มดิบ หรือปลาร้าดิบ พยาธิจะเข้าไปเจริญเติบโตและฝังตัวในท่อน้ำดีได้ยาวนานถึง 20 - 30 ปี โดยที่การบีบมะนาว ใส่พริก หรือกินร่วมกับแอลกอฮอล์ ไม่สามารถฆ่าพยาธิได้ ต้องทำให้สุกดีก่อนเท่านั้น องค์การอนามัยโลก (WHO) โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ได้จัดให้พยาธิใบไม้ตับ (OV) เป็น สารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 1 (Group 1 Carcinogen) มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์แน่ชัดว่าเป็นสิ่งก่อมะเร็งในมนุษย์ OV ทำให้เกิดการระคายเคือง จากการที่ตัวพยาธิใบไม้ตับจะเข้าไปอาศัยและเกาะอยู่ในท่อน้ำดีภายในตับ ทำให้เกิดการทำลายเซลล์เยื่อบุผิวท่อน้ำดีโดยตรง และเกิดการอักเสบเรื้อรัง นอกจากนี้ การรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ มักมีสารประเภทไนโตรซามีน (Nitrosamines) ซึ่งเป็นหนึ่งในสารก่อมะเร็ง เช่น ในปลาร้า ทำให้เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี โรคพยาธิใบไม้ตับ อาการระยะเริ่มแรก : แน่นท้อง ท้องอืด ปวดหลัง อ่อนเพลีย ผอมลง เบื่ออาหาร เจ็บในท้องบริเวณใต้ชายโครง ใต้ลิ้นปี่ ร้อนที่หน้าท้อง ชายโครงขวาและหลัง ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย อาการระยะปานกลาง : ตับโต ถุงน้ำดีโต ดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง อาการระยะรุนแรง : มีไข้ น้ำหนักลด ท้องมาน เท้าบวม ตับโตและกดเจ็บ ตัวเหลือง ตาเหลือง อุจจาระสีซีดหรือเทา ปัสสาวะสีเข้ม ทางเดินท่อน้ำดีโป่งพอง เกิดเป็นมะเร็งท่อน้ำดี หรือเชื้อโรคจากท่อน้ำดีเข้าสู่กระแสเลือดเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสียชีวิตได้</p>

<p>การป้องกัน :</p>

<p>1. กินอาหารที่ทำจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาวต้องปรุงให้สุกด้วยความร้อน</p>

<p>2. ล้างมือ ด้วยสบู่ และน้ำสะอาดก่อนปรุงอาหาร ก่อนกินอาหาร และหลังขับถ่ายอุจจาระ</p>

<p>3. ถ่ายอุจจาระลงในส้วม และทิ้งสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อป้องกันไข่พยาธิแพร่กระจายสู่สิ่งแวดล้อม</p>

<p>4. ส่งอุจจาระตรวจหาไข่พยาธิ และอัลตร้าซาวด์ หามะเร็งท่อน้ำดี ในผู้ที่มีความเสี่ยงอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง</p>

<p>5. กินยารักษาเมื่อตรวจพบว่าติดโรคพยาธิ และเลิกกินปลาดิบ หรือปลาสุก ๆ ดิบๆ</p>

<p>การติดพยาธิใบไม้ตับ จึงเป็นสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นมะเร็งท่อน้ำดี โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีความชุกของการติดพยาธิใบไม้ตับสูง โดยมะเร็งตับและท่อน้ำดีเป็นมะเร็งที่พบมากอันดับ 1 ของประเทศไทย และเป็นมะเร็งที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุข จึงมีการดำเนินงานแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตามยุทธศาสตร์ทศวรรษกำจัดปัญหาพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี 10 ปี (พ.ศ. 2559 - 2568) ซึ่งแผนระยะแรกที่มุ่งเน้นการวางรากฐานในการตัดวงจรพยาธิใบไม้ตับ และในปัจจุบัน อยู่ระหว่างการจัดทำ และดำเนินการตามแผนปฏิบัติการด้านการกำจัดพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดี โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีการตรวจคัดกรองพยาธิใบไม้ตับไปแล้วมากกว่า 2.2 ล้านราย ทำการรักษาทุกรายที่ตรวจพบ และมีการตรวจคัดกรองมะเร็งท่อน้ำดี ในประชาชนอายุ 40 ปีขึ้นไป ด้วยการอัลตร้าซาวด์ มากกว่า 1.3 ล้านราย ส่วนในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2569 &ndash; 2575) เน้นการบูรณาการงานข้ามภาคส่วน ด้วยแนวคิด One-Health (สุขภาพหนึ่งเดียว) เนื่องจากปัญหา OV ไม่สามารถแก้ได้ด้วยมิติทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยง 3 ส่วน ได้แก่ 1) อาหารปลอดภัย (ส่งเสริมการบริโภคปลาปรุงสุกและปลอดพยาธิ) 2) สุขาภิบาล (การจัดให้มีบ่อบำบัดสิ่งปฏิกูลที่ถูกหลักสุขาภิบาล และการจัดการให้รถดูดส้วมนำสิ่งปฏิกูลไปทิ้งให้ถูกที่ ซึ่งจะป้องกันพยาธิไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและกลับมาติดในปลาอีกครั้ง) และ 3) ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) ด้วยการสร้างความตระหนักรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตั้งแต่เด็ก เยาวชนในสถานศึกษา และประชาชน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://nongkhai.prd.go.th/th/file/get/file/202608113161255672ac041a638cf6ce775182f8115502.jpg' type='image/jpg' length='1425952' />
</item>
</channel>
</rss>
